Share PDF

Search documents:
  Report this document  
    Download as PDF   
      Share on Facebook

คูมือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย

พุทธศักราช ๒๕๔๖

(สําหรับเด็กอายุ๓-๕ป)

สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

กระทรวงศึกษาธิการ

๑

ความนํา

คูมือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช๒๕๔๖สําหรับเด็กอายุ๓- ๕ ปฉบับนี้ จัดทําขึ้นสําหรับผูที่มีหน าที่รับผิดชอบอบรมเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กวัย ๓-๕ ปในสถานศึกษาหรือ สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยไดมีความรู ความเข าใจในการพัฒนาเด็ก สามารถนําปรัชญาการศึกษา ปฐมวัยและหลักการของหลักสูตรลงสูการปฏิบัติ บรรลุผลตามจุดหมายของหลักสูตรที่ตองการให  เด็กวัย๓-๕ปไดพัฒนาทุกด านอย างสมดุลทั้งด านร างกาย อารมณจิตใจ สังคมและสติปญญา

เด็กอายุ๓-๕ ปเปนวัยที่ร างกายและสมองของเด็กกํ าลังเจริญเติบโต เด็กตองการ ความรักความเอาใจใสดูแลอยางใกล ชิด เด็กวัยนี้มีโอกาสเรียนรูจากการใช ประสาทสัมผัสทั้งห า ไดสํารวจ เลนทดลอง คนพบด วยตนเอง ไดมีโอกาสคิดแก ปญหา เลือก ตัดสินใจ ใชภาษา สื่อความหมาย คิดริเริ่มสรางสรรค และอยูรวมกับผู อื่นอย างมีความสุข ผูที่รับผิดชอบจึงมีหน าที่ ในการอบรมเลี้ยงดูและจัดประสบการณใหเด็กได พัฒนาเต็มตามศักยภาพ สงเสริมให เด็กสังเกต สํารวจ สรางสรรค และยิ่งเด็กมีความกระตือรือรนยิ่งทํ าใหเด็กเกิดการเรียนรู ผูรับผิดชอบจึงต อง สงเสริม สนับสนุน ใหความรัก ความเขาใจ ความเอาใจใสเด็กวัยนี้เป นพิเศษ เพราะจะเปน พื้นฐานที่ชวยเตรียมพร อมให เด็กประสบความสํ าเร็จในการเรียนและในชีวิตของเด็กตอไป การนํา หลักสูตรสูการปฏิบัติของสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแตละแหงจึงมีความสําคัญ อยางยิ่งต อการพัฒนาเด็ก และถือเปนหน าที่ของบุคลากรที่เกี่ยวข องทุกฝ ายจะต องศึกษาและ ทําความเขาใจในเอกสารหลักสูตรและคู มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช๒๕๔๖ นี้

เอกสารคูมือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สําหรับเด็กอายุ๓-๕ ปฉบับนี้แบ งออกเปน ๒ตอน คือ ตอนที่๑ เปนความรู พื้นฐานเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๔๖ ประกอบดวยแนวคิด หลักการจัดการศึกษาปฐมวัย และสาระสําคัญของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๔๖ ตอนที่๒ เปนการจัดทํ าหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยประกอบดวยขั้นตอน การจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย การจัดประสบการณการเขียนแผนการจัดประสบการณ สื่อสงเสริมพัฒนาการเด็ก การประเมินพัฒนาการ และการจัดสภาพแวดลอมสํ าหรับเด็กปฐมวัย นอกจากนี้ไดเพิ่มสาระที่เกี่ยวกับการให ความชวยเหลือเด็กที่มีปญหา บทบาทผูเกี่ยวข องกับการ บริหารจัดการหลักสูตร รวมทั้งการจัดการศึกษาสําหรับกลุมเปาหมายเฉพาะ และการเชื่อมตอของ การศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปที่๑ไวในตอนที่ ๒อีกดวย

๑๓ ตค ๔๖

๒

ตอนที่๑

ความรูพื้นฐานเกี่ยวกับ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช๒๕๔๖

๑๓ ตค ๔๖

๓

บทที่๑

แนวคิดและหลักการจัดการศึกษาปฐมวัย

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๔๖ จัดทําขึ้นโดยยึดแนวคิดและหลักการจัด การศึกษาปฐมวัย ดังนี้

แนวคิดการจัดการศึกษาปฐมวัย

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช๒๕๔๖พัฒนาขึ้นมาโดยอาศัยแนวคิดตอไปนี้ ๑. แนวคิดเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก พัฒนาการของมนุษยเปนการเปลี่ยนแปลงที่

เกิดขึ้นในตัวมนุษยเริ่มตั้งแตปฏิสนธิต อเนื่องไปจนตลอดชีวิต ซึ่งครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงใน เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ พัฒนาการทางดานร างกาย อารมณจิตใจ สังคม และสติปญญา จะมี ความสัมพันธและพัฒนาอย างตอเนื่องเปนลําดับขั้นตอนไปพรอมกันทุกดาน เด็กแตละคนจะ เติบโตและมีลักษณะพัฒนาการแตกตางกันไปตามวัย โดยที่พัฒนาการเด็กปฐมวัยบงบอกถึง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวเด็กอยางตอเนื่องในแตละวัยเริ่มตั้งแตปฏิสนธิจนถึงอายุ ๕ป

พัฒนาการแตละด านมีทฤษฎีเฉพาะอธิบายไว และสามารถนํ ามาใชในการพัฒนาเด็ก อาทิ ทฤษฎีพัฒนาการทางรางกายที่อธิบายการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กวามีลักษณะตอเนื่อง เปนลําดับขั้น เด็กจะพัฒนาถึงขั้นใดจะตองเกิดวุฒิภาวะของความสามารถขั้นนั้นก อน หรือ ทฤษฎี พัฒนาการทางสติปญญาที่อธิบายว าเด็กเกิดมาพร อมวุฒิภาวะ ซึ่งจะพัฒนาขึ้นตามอายุ ประสบการณคานิยมทางสังคม และสิ่งแวดลอม หรือทฤษฎีพัฒนาการทางบุคลิกภาพ ที่อธิบายวา เด็กจะพัฒนาไดดีถาในแต ละช วงอายุเด็กได รับการตอบสนองในสิ่งที่ตนพอใจ ไดรับความรัก ความอบอุนอย างเพียงพอจากผู ใกล ชิด มีโอกาสชวยตนเอง ทํางานที่เหมาะสมกับวัยและมีอิสระที่ จะเรียนรูในสิ่งที่ตนอยากรู รอบ ๆตนเอง

ดังนั้น แนวคิดเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก จึงเปนเสมือนหนึ่งแนวทางให ผูสอนหรือผูที่เกี่ยวของ ไดเขาใจเด็ก สามารถอบรมเลี้ยงดูและจัดประสบการณที่เหมาะสมกับวัยและความแตกต างของ แตละบุคคล ในอันที่จะสงเสริมให เด็กพัฒนาจนบรรลุผลตามเปาหมายที่ตองการไดชัดเจนขึ้น

๒. แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู การเรียนรูของมนุษยเรามีผลสืบเนื่องมาจาก ประสบการณตางๆที่ไดรับ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเกิดขึ้นจากกระบวนการที่ผูเรียนมี ปฏิสัมพันธกับบุคคลและสิ่งแวดล อมรอบตัว โดยผูเรียนจะต องเปนผูกระทําใหเกิดขึ้นดวยตนเอง และการเรียนรูจะเป นไปไดดี ถาผูเรียนไดใชประสาทสัมผัสทั้งหา ไดเคลื่อนไหว มีโอกาส คิดริเริ่มตามความตองการและความสนใจของตนเอง รวมทั้งอยูในบรรยากาศที่เป นอิสระ อบอุน

๑๓ ตค ๔๖

๔

และปลอดภัย ดังนั้น การจัดสภาพแวดลอมที่เอื้อต อการเรียนรู จึงเปนสิ่งสํ าคัญที่จะชวยส งเสริม การเรียนรูของเด็ก และเนื่องจากการเรียนรูนั้นเป นพื้นฐานของพัฒนาการในระดับที่สูงขึ้น ทั้ง คนเราเรียนรูมาตั้งแต เกิดตามธรรมชาติก อนที่จะมาเข าสถานศึกษา การจัดทําหลักสูตรจึงยึด แนวคิดที่จะใหเด็กได เรียนรู จากประสบการณ จริงด วยตัวเด็กเอง ในสภาพแวดลอมที่เป นอิสระ เอื้อตอการเรียนรู และจัดกิจกรรมใหเหมาะสมกับระดับพัฒนาการของผู เรียนแต ละคน

๓. แนวคิดเกี่ยวกับการเลนของเด็ก การเลนถือเป นกิจกรรมที่สําคัญในชีวิตเด็กทุกคน เด็กจะรูสึกสนุกสนาน เพลิดเพลินไดสังเกต มีโอกาสทําการทดลองสรางสรรค คิดแกปญหาและ คนพบด วยตนเอง การเลนจะมีอิทธิพลและมีผลดีต อการเจริญเติบโต ชวยพัฒนาร างกาย อารมณ จิตใจ สังคม และสติปญญา จากการเลนเด็กมีโอกาสเคลื่อนไหวส วนตางๆของรางกาย ไดใช ประสาทสัมผัสและการรับรูผอนคลายอารมณ และ แสดงออกถึงตนเอง เรียนรูความรู สึกของผูอื่น การเลนจึงเป นทางที่เด็กจะสรางประสบการณเรียนรูสิ่งแวดลอม เรียนรูความเป นอยูของผูอื่น สรางความสัมพันธ อยูรวมกับผูอื่น กับธรรมชาติรอบตัว ดังนั้น หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยฉบับนี้ จึงถือ“การเลน”อยางมีจุดมุ งหมายเปนหัวใจสํ าคัญของการจัดประสบการณใหกับเด็ก

๔. แนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมและสังคม บริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัย อยูหรือแวดล อมตัวเด็ก ทําใหเด็กแตละคนแตกตางกันไป หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยฉบับนี้ถือวา ผูสอนจําเปนตองเขาใจและยอมรับวาวัฒนธรรมและสังคมที่แวดลอมตัวเด็กมีอิทธิพลตอ การเรียนรูการพัฒนาศักยภาพ และพัฒนาการของเด็กแตละคน ผูสอนควรต องเรียนรูบริบททาง สังคมและวัฒนธรรมของเด็กที่ตนรับผิดชอบ เพื่อชวยให เด็กไดพัฒนา เกิดการเรียนรูและอยูใน กลุมคนที่มาจากพื้นฐานเหมือนหรือต างจากตนไดอยางราบรื่นมีความสุข

สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติพ.ศ. ๒๕๔๒ ผนวกกับแนวคิด ๔ ประการดังกลาวขางตน ทําใหหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกําหนดปรัชญาการศึกษาให สถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยไดทราบถึงแนวคิด หลักการพัฒนาเด็กปฐมวัยอายุ๓-๕ป ทั้งนี้ผูรับผิดชอบจะต องดําเนินการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยของตน และนําสูการปฏิบัติ ใหเด็กปฐมวัยมีมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคที่กําหนดในจุดหมายของหลักสูตร หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช๒๕๔๖ไดกําหนดปรัชญาการศึกษาปฐมวัยไวดังนี้

๑๓ ตค ๔๖

๕

ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย

การศึกษาปฐมวัยเปนการพัฒนาเด็กตั้งแต แรกเกิดถึง๕ปบนพื้นฐานการอบรม เลี้ยงดูและการสงเสริมกระบวนการเรียนรูที่สนองตอธรรมชาติและพัฒนาการของ เด็กแตละคน ตามศักยภาพ ภายใตบริบทสังคม -วัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยูดวยความรัก ความเอื้ออาทร และ ความเขาใจของทุกคน เพื่อสรางรากฐานคุณภาพชีวิตให เด็กพัฒนา ไปสูความเป นมนุษยที่สมบูรณเกิดคุณคาตอตนเองและสังคม

หลักการจัดการศึกษาปฐมวัย

การจัดทําหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยฉบับนี้ยึดหลักการจัดการศึกษาปฐมวัย ดังนี้ ๑. การสรางหลักสูตรที่เหมาะสม การพัฒนาหลักสูตรพิจารณาจากวัยและประสบการณ

ของเด็ก โดยเปนหลักสูตรที่มุงเนนการพัฒนาเด็กทุกดานทั้งดานรางกาย อารมณจิตใจ สังคม และสติปญญา โดยอยูบนพื้นฐานของประสบการณ เดิมที่เด็กมีอยูและประสบการณใหม ที่ เด็กจะไดรับต องมีความหมายกับตัวเด็ก เปนหลักสูตรที่ให โอกาสทั้งเด็กปกติเด็กดอยโอกาส และ เด็กพิเศษไดพัฒนา รวมทั้งยอมรับในวัฒนธรรมและภาษาของเด็ก พัฒนาเด็กใหรูสึกเปนสุขใน ปจจุบัน มิใชเพียงเพื่อเตรียมเด็กสํ าหรับอนาคตขางหนาเทานั้น

๒. การสรางสภาพแวดล อมที่เอื้อตอการเรียนรูของเด็ก สภาพแวดลอมที่เอื้อต อการ เรียนรูจะต องอยูในสภาพที่สนองความตองการ ความสนใจของเด็กทั้งภายในและภายนอกหองเรียน ผูสอนจะต องจัดสภาพแวดลอมใหเด็กไดอยูในที่ที่สะอาด ปลอดภัย อากาศสดชื่น ผอนคลาย ไมเครียด มีโอกาสออกกําลังกายและพักผอน มีสื่อวัสดุอุปกรณมีของเลนที่หลากหลาย เหมาะสม กับวัย ใหเด็กมีโอกาสได เลือกเลน เรียนรูเกี่ยวกับตนเองและโลกที่เด็กอยู รวมทั้งพัฒนาการ อยูรวมกับคนอื่นในสังคม ดังนั้นสภาพแวดลอมทั้งภายในและภายนอกห องเรียนจึงเปนเสมือน หนึ่งสังคมที่มีคุณคาสําหรับเด็กแตละคนจะเรียนรูและสะทอนใหเห็นวาบุคคลในสังคมเห็นความ สําคัญของการอบรมเลี้ยงดูและใหการศึกษากับเด็กปฐมวัย

๑๓ ตค ๔๖

๖

๓. การจัดกิจกรรมที่สงเสริมพัฒนาการและการเรียนรู ของเด็ก ผูสอนมีความ สําคัญตอการจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กอย างมาก ผูสอนต องเปลี่ยนบทบาทจากผู บอกความรู หรือสั่งให 

เด็กทํามาเปนผูอํานวยความสะดวก ในการจัดสภาพแวดลอมประสบการณ และกิจกรรมส งเสริม พัฒนาการและการเรียนรูของเด็กที่ผู สอนและเด็กมีส วนที่จะริเริ่มทั้ง ๒ ฝายโดยผูสอนจะเป น ผูสนับสนุน ชี้แนะและเรียนรูรวมกับเด็ก สวนเด็กเป นผูลงมือกระทํ าเรียนรูและคนพบด วยตนเอง ดังนั้น ผูสอนจะต องยอมรับ เห็นคุณคารูจักและเข าใจเด็กแต ละคนที่ตนดูแลรับผิดชอบก อน เพื่อ จะไดวางแผน สรางสภาพแวดล อม และจัดกิจกรรมที่จะสงเสริมพัฒนาการและการเรียนรู ของเด็ก ไดอยางเหมาะสม นอกจากนี้ผูสอนต องรู จักพัฒนาตนเอง ปรับปรุงใชเทคนิคการจัดกิจกรรมต างๆ ใหเหมาะกับเด็ก

๔. การบูรณาการการเรียนรูการจัดการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยยึดหลักการ บูรณาการที่วาหนึ่งแนวคิดเด็กสามารถเรียนรูไดหลายกิจกรรม หนึ่งกิจกรรมเด็กสามารถเรียนรูได

หลายทักษะและหลายประสบการณสําคัญ ดังนั้น เปนหน าที่ของผูสอนจะตองวางแผนการจัด ประสบการณในแต ละวันใหเด็กเรียนรูผานการเลนที่หลากหลายกิจกรรม หลากหลายทักษะ หลากหลายประสบการณสําคัญ อยางเหมาะสมกับวัยและพัฒนาการ เพื่อใหบรรลุจุดหมายของ หลักสูตรแกนกลางที่กําหนดไว

๕. การประเมินพัฒนาการและการเรียนรูของเด็ก การประเมินเด็กระดับปฐมวัยยึดวิธี การสังเกตเปนสวนใหญผูสอนจะต องสังเกตและประเมินทั้งการสอนของตนและพัฒนาการการ เรียนรูของเด็กว าไดบรรลุตามจุดประสงคและเปาหมายที่วางไวหรือไม ผลที่ไดจากการสังเกต พัฒนาการจากขอมูลเชิงบรรยาย จากการรวบรวมผลงานการแสดงออกในสภาพที่เปนจริง ขอมูล จากครอบครัวของเด็ก ตลอดจนการที่เด็กประเมินตนเองหรือผลงาน สามารถบอกไดวาเด็กเกิด การเรียนรูและมีความก าวหนาเพียงใด ขอมูลจากการประเมินพัฒนาการจะช วยผูสอนในการ วางแผนการจัดกิจกรรม ชี้ใหเห็นความต องการพิเศษของเด็กแตละคน ใชเปนขอมูลในการสื่อสาร

กับพอแม ผูปกครองเด็ก และขณะเดียวกันยังใชในการประเมินประสิทธิภาพการจัดการศึกษาให  กับเด็กในวัยนี้ไดอีกด วย

๖. ความสัมพันธระหว างผูสอนกับครอบครัวของเด็ก เด็กแตละคนมีความแตกต าง กัน ทั้งนี้เนื่องจากสภาพแวดลอมที่เด็กเจริญเติบโตขึ้นมา ผูสอน พอแม และผูปกครองของเด็ก จะตองมีการแลกเปลี่ยนข อมูล ทําความเขาใจพัฒนาการและการเรียนรูของเด็ก ตองยอมรับและ รวมมือกันรับผิดชอบ หรือถือเปนหุนสวนที่จะตองชวยกันพัฒนาเด็กใหบรรลุเปาหมายที่ตองการ รวมกัน ดังนั้น ผูสอนจึงมิใช จะแลกเปลี่ยนความรูกับพอแมผูปกครองเกี่ยวกับการพัฒนาเด็ก

๑๓ ตค ๔๖

๗

เทานั้น แตจะต องใหพอแมผูปกครอง มีสวนร วมในการพัฒนาดวย ทั้งนี้มิไดหมายความให  พอแม ผูปกครองเป นผูกําหนดเนื้อหาหลักสูตรตามความตองการ โดยไมคํานึงถึงหลักการจัดที่ เหมาะสมกับวัยเด็ก

จากแนวคิดและหลักการจัดการศึกษาปฐมวัยที่สําคัญเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กที่มีความ สัมพันธและพัฒนาอย างตอเนื่องเปนขั้นตอนไปพรอมกันทุกดาน แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรูที่ ยึดใหเด็กไดเรียนรูจากประสบการณจริงด วยตัวเด็กเองในสิ่งแวดลอมที่เปนอิสระเอื้อตอการเรียนรู และจัดกิจกรรมบูรณาการใหเหมาะสมกับระดับพัฒนาการของผู เรียนแตละคน โดยถือวาการเล น อยางมีจุดมุ งหมายเป นหัวใจสําคัญของการจัดประสบการณใหกับเด็ก และแนวคิดเกี่ยวกับ วัฒนธรรมและสังคมที่แวดลอม ซึ่งมีอิทธิพลตอการเรียนรู การพัฒนาศักยภาพและพัฒนาการของ เด็กแตละคน และจากพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวดตางๆ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๔๖ จึงกําหนดสาระสําคัญและโครงสรางของ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยขึ้น ซึ่งจะกลาวรายละเอียดต อไป

๑๓ ตค ๔๖

๘

บทที่๒

สาระสําคัญของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช๒๕๔๖ (สําหรับเด็กอายุ๓-๕ป)

หลักการ

เปนหลักสํ าคัญในการจัดประสบการณการเรียนรู ซึ่งผูสอนจํ าเปนตองศึกษาหลักการของ หลักสูตรใหเขาใจ เพราะในการจัดประสบการณใหเด็กอายุ ๓-๕ปจะตองยึดหลักการอบรมเลี้ยงดู ควบคูกับการให การศึกษา โดยตองคํ านึงถึงความสนใจและความตองการของเด็กทุกคนทั้ง เด็กปกติเด็กที่มีความสามารถพิเศษ และเด็กที่มีความบกพรองทางร างกาย อารมณจิตใจ สังคม สติปญญา รวมทั้งการสื่อสารและการเรียนรูหรือเด็กที่มีรางกายพิการ หรือทุพพลภาพหรือบุคคล ซึ่งไมสามารถพึ่งตนเองได หรือไมมีผูดูแล หรือดอยโอกาส เพื่อใหเด็กพัฒนาทุกด านทั้งด าน รางกาย อารมณจิตใจ สังคมและสติปญญาอย างสมดุล โดยจัดกิจกรรมที่หลากหลาย บูรณาการ ผานการเล นและกิจกรรมที่เป นประสบการณ ตรงผ านประสาทสัมผัสทั้งห าเหมาะสมกับวัย และ ความแตกตางระหว างบุคคลด วยปฏิสัมพันธ ที่ดีระหว างเด็กกับพ อแม เด็กกับผูเลี้ยงดูหรือบุคลากร ที่มีความรูความสามารถในการอบรมเลี้ยงดูและให การศึกษาเด็กปฐมวัย เพื่อใหเด็กแต ละคนได มี โอกาสพัฒนาตนเองตามลําดับขั้นของพัฒนาการสูงสุดตามศักยภาพและนําไปใชในชีวิตประจํ าวัน ไดอยางมีความสุข เปนคนดีและคนเก งของสังคม และสอดคลองกับธรรมชาติ สิ่งแวดลอม ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมความเชื่อทางศาสนาสภาพเศรษฐกิจ สังคมโดยความรวมมือ จากบุคคล ครอบครัว ชุมชน องคกรปกครองส วนท องถิ่น องคกรเอกชน สถาบันศาสนา สถานประกอบการและสถาบันสังคมอื่น

หลักการของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช๒๕๔๖ มีสาระสําคัญดังนี้ ๑. สงเสริมกระบวนการเรียนรู และพัฒนาการที่ครอบคลุมเด็กปฐมวัยทุกประเภท

๒. ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและใหการศึกษาที่เน นเด็กเป นสําคัญโดยคํานึงถึงความแตกตาง ระหวางบุคคล และวิถีชีวิตของเด็กตามบริบทของชุมชน สังคมและวัฒนธรรมไทย

๓. พัฒนาเด็กโดยองครวมผ านการเล นและกิจกรรมที่เหมาะกับวัย ๔. จัดประสบการณการเรียนรู ใหสามารถดํ ารงชีวิตประจําวันไดอยางมีคุณภาพและมีความสุข

๕. ประสานความรวมมือระหว างครอบครัว ชุมชนและสถานศึกษาในการพัฒนาเด็ก

๑๓ ตค ๔๖

๙

จุดหมาย

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยมุงให เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัย ความสามารถ และความ แตกตางระหว างบุคคลทั้งทางด านร างกาย อารมณจิตใจสังคมและสติปญญา เมื่อเด็กจบการศึกษา ระดับปฐมวัย เด็กจะบรรลุตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคที่กําหนดไวในจุดหมาย๑๒ขอ และในแตละช วงอายุผูสอนจะตองคํานึงถึงคุณลักษณะตามวัยของเด็กดวย มาตรฐานคุณลักษณะ ที่พึงประสงคในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๔๖ จะครอบคลุมพัฒนาการดาน รางกาย อารมณจิตใจ สังคม และสติปญญา ดังนี้

๑. รางกายเจริญเติบโตตามวัย และมีสุขนิสัยที่ดี ๒. กลามเนื้อใหญ และกล ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใชไดอยางคล องแคล วและประสานสัมพันธ กัน ๓. มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข ๔. มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม

๕. ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรีการเคลื่อนไหว และรักการออกกําลังกาย ๖. ชวยเหลือตนเองได เหมาะสมกับวัย ๗. รักธรรมชาติสิ่งแวดลอม วัฒนธรรม และความเปนไทย

๘. อยูรวมกับผู อื่นได อยางมีความสุขและปฏิบัติตนเป นสมาชิกที่ดีของสังคม ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเป นประมุข

๙. ใชภาษาสื่อสารได เหมาะสมกับวัย ๑๐. มีความสามารถในการคิดและการแกปญหาไดเหมาะสมกับวัย

๑๑. มีจินตนาการและความคิดสรางสรรค  ๑๒. มีเจตคติที่ดีตอการเรียนรู และมีทักษะในการแสวงหาความรู

คุณลักษณะตามวัย

คุณลักษณะตามวัยเปนความสามารถตามวัยหรือพัฒนาการตามธรรมชาติเมื่อเด็กมีอายุถึงวัย นั้นๆ พัฒนาการแตละวัยอาจจะเกิดขึ้นตามวัยมากน อยแตกตางกันไปในแตละบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยูกับ สภาพแวดลอม การอบรมเลี้ยงดูและประสบการณที่เด็กได รับ ผูสอนจํ าเปนตองทําความเขาใจ คุณลักษณะตามวัยของเด็กอายุ๓-๕ปเพื่อนําไปพิจารณาจัดประสบการณใหเด็กแตละวัยไดอยาง ถูกตองเหมาะสม ขณะเดียวกันจะตองสังเกตเด็กแต ละคนซึ่งมีความแตกตางระหวางบุคคล เพื่อนํา ขอมูลไปช วยพัฒนาเด็กใหเต็มตามความสามารถและศักยภาพ หรือชวยเหลือเด็กได ทันทวงที ในกรณีที่พัฒนาการของเด็กไมเปนไปตามวัย ผูสอนจํ าเปนตองหาจุดบกพรองและรีบแกไขโดยจัด

๑๓ ตค ๔๖

๑๐

กิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็ก ถาเด็กมีพัฒนาการสูงกว าวัย ผูสอนควรจัดกิจกรรมเพื่อส งเสริมให เด็กมี พัฒนาการเต็มตามศักยภาพ

คุณลักษณะตามวัยซึ่งเกิดในเด็กวัย ๓-๕ ปที่นําเสนอตอไปนี้มีทั้งส วนที่นํ ามาจาก หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช๒๕๔๖และสวนที่ค นคว าเพิ่มให ซึ่งผูสอนสามารถศึกษา จากแหลงเรียนรู อื่นๆเพิ่มเติมได อีก

คุณลักษณะตามวัย

อายุ

อายุ๓ป

อายุ๔ป

อายุ๕ป

พัฒนาการ

๑.ดานร างกาย

 

- รับลูกบอลที่กระดอนจากพื้นดวย - รับลูกบอลไดดวยมือทั้งสอง

-รับลูกบอลที่กระดอนจากพื้นได

 

 

๑.๑กลามเนื้อใหญ

แขนทั้งสอง

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวยมือทั้งสอง

 

 

 

 

 

 

 

 

- เดินขึ้นลงบันไดไดดวยตนเอง

 

- เดินขึ้นลงบันไดสลับเทาได 

- เดินขึ้น ลงบันไดสลับเทาได 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อยางคล องแคล

ว

 

 

 

 

 

 

 

- กระโดดขึ้นลงอยูกับที่ได



 

- กระโดดขาเดียวอยูกับที่ได



- กระโดดขาเดียวไปขางหน าอย าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอเนื่อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- วิ่งตามลําพังได

 

 

 

 

- วิ่งและหยุดไดคลอง

 

 

 

- วิ่งไดรวดเร็วและหยุดได

ทันที

๑.๒กลามเนื้อเล็ก

 

- ใชกรรไกรตัดกระดาษใหขาดได



-ใชกรรไกรตัดกระดาษใหอยูใน

- ใชกรรไกรตัดกระดาษใหอยูใน

 

 

 

 

 

 

แนวเสนตรงตามที่กํ าหนดให

แนวเสนโค งตามที่กํ าหนดได

 

 

- เขียนรูปวงกลมตามแบบได

 

- เขียนรูปสี่เหลี่ยมตามแบบได

- เขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบได

 

 

- รอยลูกปดขนาดใหญ

ได

 

- รอยลูกปดขนาดเล็กได



 

- ใชเชือกร

อยวัสดุตามแบบได



 

 

 

 

 

 

 

-ใชกลามเนื้อเล็กได

ดีเชน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดกระดุมเสื้อ

ผูกเชือกรองเทา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

๑.๓ สุขภาพ

 

- มีรางกายแข็งแรงสมบูรณ



 

-มีรางกายแข็งแรงสมบูรณ



- มีรางกายแข็งแรงสมบูรณ



 

มีนํ้าหนัก สวนสูง และ

 

 

 

มีนํ้าหนักสวนสูง และ

 

 

 

มีนํ้าหนัก

สวนสูงและ

 

 

 

 

อนามัย

 

มีเสนรอบศีรษะตามเกณฑ



 

มีเสนรอบศีรษะตามเกณฑ



มีเสนรอบศีรษะตามเกณฑ



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๑๓ ตค ๔๖

๑๑

คุณลักษณะตามวัย(ตอ)

อายุ

อายุ๓ป

อายุ๔ป

อายุ๕ป

พัฒนาการ

๒.ดานอารมณ



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และจิตใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๒.๑การแสดง

 

- ชอบที่จะทําใหผูใหญพอใจ

 

- ชอบทาทายผู ใหญ 

 

- รักครู/ผูสอน

 

 

 

 

ออกทางดาน

 

และไดคําชม

 

 

 

 

 

- เริ่มควบคุมอารมณไดบางขณะ

- ควบคุมอารมณไดดีขึ้น มีเหตุผล

อารมณ

 

- แสดงอารมณตามความรู สึก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๒.๒ความรูสึก

-เริ่มรูบทบาทหนาที่ของตนเอง

- รูบทบาทหน

าที่ของตนเอง

- รูบทบาทหนาที่ของตนเองและ

ที่ดีตอตนเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หนาที่ที่ได

รับมอบหมาย

และผูอื่น

 

-เริ่มรูจักเลือกเล

นสิ่งที่ตนชอบ

-รูจักเลือกเลนสิ่งที่ตนชอบ

สนใจ

-รูจักเลือกเลนทํางานตามที่ตนชอบ

 

 

สนใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สนใจและทําได

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-เริ่มรูจักชื่นชมความสามารถและ

- รูจักชื่นชมในความสามารถและ

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานของตนเองและผูอื่น

ผลงานของตนเองและผูอื่น

๒.๓คุณธรรม

 

- เริ่มแสดงความรักเพื่อนและ

- แสดงความรักเพื่อนและ

 

- แสดงความรักเด็กที่เล็กกวาและ

และจริยธรรม

 

สัตวเลี้ยง

 

 

 

 

 

สัตวเลี้ยง

 

 

 

 

สัตวตางๆ

 

 

 

 

 

 

 

-ไมทํารายผู อื่นเมื่อไม

พอใจ

 

- ไมทํารายผู อื่นและทํ าใหผูอื่น

- ไมทํารายผู อื่นและไม

ทําใหผูอื่น

 

 

 

 

 

 

 

 

เดือดรอน

 

 

 

 

เสียใจ

 

 

 

 

 

 

 

- เริ่มรูวาของสิ่งใดเป

นของตนและ

-ไมแยงหรือหยิบของของผู อื่นมา

-ไมหยิบของของผู อื่นมาเป

นของตน

 

 

สิ่งใดเปนของผู อื่น

 

 

เปนของตน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- เริ่มรูจักเก็บของเล

น

 

- รูจักเก็บของเล

นเข าที่

 

- รูจักจัดเก็บของเล

นเขาที่

 

 

- เริ่มรูจักการรอคอย

 

 

 

- รูจักการรอคอยอย

างเหมาะสม

- รูจักการรอคอยและเข

าแถวตาม

 

 

 

 

 

 

 

 

กับวัย

 

 

 

 

ลําดับกอนหลัง

 

 

 

 

 

 

- เริ่มตัดสินใจในเรื่องงายๆได



- รูจักการตัดสินใจในเรื่องงายๆ

- รูจักการตัดสินใจเรื่องงายๆและ

 

 

 

 

 

 

 

 

และเริ่มเรียนรูผลที่เกิดขึ้น

 

ยอมรับผลที่เกิดขึ้น

 

 

 

 

๑๓ ตค ๔๖

๑๒

คุณลักษณะตามวัย(ตอ)

อายุ

 

อายุ๓ป

 

อายุ๔ป

อายุ๕ป

 

พัฒนาการ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๓. ดานสังคม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๓.๑การชวย

- ลางมือได



- แตงตัวได



- เลือกเครื่องแตงกายของตนเองได



เหลือตนเอง

 

 

 

 

และแตงตัวได



 

 

 

-รับประทานอาหารไดดวยตนเอง

- รับประทานอาหารไดดวย

- ใชเครื่องมือ

เครื่องใชใน

 

 

 

 

 

ตนเองโดยไมหกเลอะเทอะ

การรับประทานอาหารได

 

 

-เริ่มรูจักใชหองนํ้ า หองส วม

- รูจักทําความสะอาดหลังจาก

- ทําความสะอาดรางกายได



 

 

 

 

เขาหองนํ้ า หองส วม

 

 

 

 

 

๓.๒การอยู รวมกับผู อื่น และการมี คุณธรรม จริยธรรม

๓.๓การ อนุรักษ วัฒนธรรมและ สิ่งแวดลอม

- ชอบเลนแบบคู ขนาน

 

- เลนรวมกับผู อื่นได 

- เลนหรือทํ างานรวมกันในกลุ มยอยได 

(เลนของเลนชนิดเดียวกันแต



 

 

 

 

ตางคนตางเล น)

 

 

 

 

 

 

- ยึดตนเองเปนศูนย

กลาง

 

- เริ่มชวยเหลือผู อื่น

- รูจักการให

และการรับ

- เริ่มปฏิบัติตามกฎกติกางายๆ

-ปฏิบัติตามกฏกติกาที่ตกลง

-ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ

 

 

 

 

รวมกัน

สถานศึกษา

- รูจักทํางานที่ไดรับมอบหมาย

- มีความรับผิดชอบงานที่ไดรับ

- ตั้งใจทํางานที่ไดรับมอบหมาย

 

 

 

 

มอบหมาย

จนสําเร็จ

 

- เริ่มรูจักแสดงความเคารพ

 

-

รูจักแสดงความเคารพ

- แสดงความเคารพไดเหมาะสมกับ

 

 

 

 

 

โอกาส

 

- ทิ้งขยะไดถูกที่

 

-

ทิ้งขยะไดถูกที่

-ทิ้งขยะไดถูกที่

- ไมทําลายสิ่งของเครื่องใช

-

รักษาสิ่งของที่ใชรวมกัน

-ชวยดูแลรักษาสิ่งแวดลอมรอบตัว

 

 

 

 

 

 

 

๑๓ ตค ๔๖

๑๓

คุณลักษณะตามวัย(ตอ)

อายุ

อายุ๓ป

 

 

 

 

 

 

 

อายุ๔ป

 

 

 

 

 

อายุ๕ป

 

 

พัฒนาการ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๔.ดานสติป

ญญา

-ฟงแลวปฏิบัติตามคํ าสั่งงายๆได



- ฟงแลวปฏิบัติตามคํ าสั่งที่ตอเนื่องได - ฟงแลวนํามาเลาถายทอดได

 

 

 

- บอกชื่อของตนเองได

 

 

 

 

 

 

-บอกชื่อนามสกุลของตนเองได

-บอกชื่อนามสกุลอายุที่อยูของ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตนเองได

 

 

 

 

 

 

- รูจักใช คําถาม“อะไร”

 

 

 

 

 

 

 

-ชอบถาม“ทําไม”

 

 

 

 

 

 

-ชอบถาม“ทําไม” “อยางไร ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ที่ไหน”

 

 

 

 

 

 

 

-ขีดเขี่ยเสนอย างอิสระได



 

 

 

 

- เขียนภาพและสัญลักษณตามความ

- เขียนชื่อนามสกุลของตนเองตาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตองการของตนเองได

 

 

 

 

แบบได

 

 

 

 

 

 

-จับคูสีตางๆไดประมาณ

๓-๔สี

- ชี้และบอกสีไดประมาณ

๔-๖สี

-บอกและจําแนกสีตางๆได

 

 

 

-ยังคิดสิ่งที่เปนนามธรรมไม

ได

-พูดเกี่ยวกับ“เมื่อวานนี้” “วันนี้”

-บอกเวลา“เมื่อวานนี้” “วันนี้”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“พรุงนี้”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“พรุงนี้”

 

 

 

 

 

 

 

-จําแนกสิ่งตางๆดวยประสาท

 

- จําแนกสิ่งตางๆดวยประสาท

 

 

-จําแนกสิ่งตางๆดวยประสาทสัมผัส

 

 

สัมผัสทั้งหา

 

 

 

 

 

 

 

 

สัมผัสทั้งหาได 

 

 

 

 

 

 

ทั้งหาไดดี

 

 

 

 

 

-อยากรูอยากเห็นทุกอย

างรอบตัว

 

 

- สํารวจและทดลองเลนกับของเล

น

-ใชสิ่งของรอบ ๆตัวเปนสิ่งสมมติในการเล น/

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หรือสิ่งของตางๆตามความคิดของ

เลนบทบาทสมมติตามจินตนาการ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตนได

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- วาดภาพตามความพอใจของตน

 

 

-วาดภาพตามความคิดสรางสรรค

 - วาดภาพตามความคิดสรางสรรค



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ของตนได

 

 

 

 

 

 

 

 

ของตนได

 

 

 

 

 

- สนทนาโตตอบ / เลาเรื่องด

วย

 

 

 

- เลานิทานหรือเรื่องราวตาม

 

 

 

- เลานิทาน

เลาสิ่งที่ตนคิดหรือเรื่อง

 

 

ประโยคสั้นๆได

 

 

 

 

 

 

 

 

จินตนาการได

 

 

 

 

 

 

 

 

ราวตามจินตนาการได

 

 

 

 

-เลียนแบบทาทางการเคลื่อนไหวต างๆ

 

 

- เคลื่อนไหวทาทางตามความคิด

 

 

- เคลื่อนไหวทาทางตามความคิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สรางสรรค

และจินตนาการได



 

 

สรางสรรค

และจินตนาการได



 

 

 

- เรียนรูจากการสังเกตและ

 

 

 

 

 

- เรียนรูจากการสังเกต

ฟงดวย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เลียนแบบผูอื่น

 

 

 

 

 

 

 

 

ตนเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คุณลักษณะตามวัยที่สําคัญๆของเด็กปฐมวัยที่ยกมากลาวขางตนนี้เปนสิ่งที่ผูสอนตอง

 

 

ตระหนัก เพราะเด็กในแตละช วงอายุมีลักษณะสํ าคัญที่เดนแตกต

างกันไป

ถาผูสอนไม

เขาใจย อม

 

 

ทําใหการพัฒนาเด็กไม

เกิดผลตามจุดหมายของหลักสูตรได

อาทิ เด็ก ๓

ขวบชอบยึดตนเองเปน

 

 

ศูนยกลาง

การจัดสื่อ วัสดุใหเด็กวัยนี้ต

องมีเพียงพอที่จะสนองความต

องการ

ไมเกิดการรอคอยนาน

 

 

จนเกินไป หรือเด็ก ๓ ขวบตองการการฝ

กกล ามเนื้อใหญ

เพิ่มขึ้น

เนื่องจากรางกายอยู ในช วงที่ต อง

 

 

๑๓ ตค ๔๖

๑๔

พัฒนาทางกลามเนื้อใหญ และกล ามเนื้อเล็ก เริ่มรูจักใช พลัง สามารถควบคุมรางกายได การจัด จักรยานสามลอให เด็ก ๓ ขวบไดขี่เลนจึงเหมาะสมกับวัย หรือเด็ก ๔ ขวบชอบทาทายผู ใหญ  ซึ่งผูสอนจําเปนตองเขาใจและควรใหเด็กไดรับรูเรื่องขอบเขตและวินัยในการเลนอยางสมํ่าเสมอ ดังนั้นพัฒนาการเด็กทุกดานจึงมีความสําคัญเทาเทียมกันและเด็กตองไดรับการพัฒนาอยางตอเนื่อง ในสภาพบรรยากาศที่เอื้ออํานวยตอพัฒนาการและการเรียนรู ของเด็ก ดังไดกลาวไว ขางตน

โครงสรางของหลักสูตร

เพื่อใหการจัดการศึกษาเป นไปตามหลักการ จุดหมายที่กําหนดไวใหสถานศึกษาและ ผูที่เกี่ยวข องกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฏิบัติ ในการจัดหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยจึงกําหนด โครงสรางของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ดังนี้

 

โครงสรางหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย

พุทธศักราช๒๕๔๖

 

ชวงอายุ

 

 

 

 

อายุตํ่ากวา๓ป

 

 

 

 

 

อายุ๓-๕ป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประสบการณสําคัญ

 

 

สาระที่ควรเรียนรู

 

สาระการเรียนรู

™ ดานร างกาย

 

 

™

เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก

 

™

ดานอารมณ

และ จิตใจ

 

™

เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและ

 

 

™

ดานสังคม

 

 

 

สถานที่แวดลอมเด็ก

 

 

™

ดานสติป

ญญา

 

™

ธรรมชาติรอบตัว

 

 

 

 

 

 

 

™

สิ่งตางๆรอบตัวเด็ก

ระยะเวลาเรียน ขึ้นอยูกับอายุเด็กที่เริ่มเข ารับการอบรมเลี้ยงดูและรับการศึกษา

๑๓ ตค ๔๖

 

 

๑๕

 

๑. การจัดชั้นหรือกลุมเด็ก

ใหยึดอายุเป

นหลักและอาจเรียกชื่อแตกตางกันไปตาม

หนวยงานที่รับผิดชอบดูแล

เชน กลุมเด็กที่มีอายุ ๓ ปอาจเรียกชื่อ อนุบาล ๑ กลุมเด็กที่มีอายุ

๔ปอาจเรียกชื่ออนุบาล๒

กลุมเด็กที่มีอายุ ๕ ปอาจเรียกชื่ออนุบาล๓หรือเด็กเล็กฯลฯ

๒. ระยะเวลาเรียนใชเวลาในการจัดประสบการณ ใหกับเด็ก ๑-๓ปการศึกษาโดยประมาณ ทั้งนี้ขึ้นอยูกับอายุของเด็กที่เริ่มเข ารับการอบรมเลี้ยงดูและให การศึกษา

๓. สาระการเรียนรูสาระการเรียนรูของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สําหรับเด็กอายุ๓-๕ป ประกอบดวย๒สวนคือประสบการณสําคัญและสาระที่ควรเรียนรูทั้งสองสวนใช เปนสื่อกลางใน การจัดประสบการณ เพื่อสงเสริมพัฒนาการทุกด านทั้งด านร างกาย อารมณจิตใจ สังคม และ สติปญญา ซึ่งจําเปนตอการพัฒนาเด็กให เปนมนุษย ที่สมบูรณ โดยผูสอนหรือผู จัดการศึกษาอาจจัด ในรูปแบบหนวยการสอนแบบบูรณาการหรือเลือกใชรูปแบบที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยรวมทั้ง ตองสอดคล องกับปรัชญาและหลักการจัดการศึกษาปฐมวัย

๓.๑ ประสบการณสําคัญ จะชวยอธิบายให ผูสอนเข าใจว าเด็กปฐมวัยต องทําอะไร เรียนรูสิ่งต างๆรอบตัว อยางไร และทุกประสบการณมีความสํ าคัญตอพัฒนาการของเด็ก ชวยแนะ ผูสอนในการสังเกต สนับสนุน และวางแผนการจัดกิจกรรมใหเด็ก ประสบการณสําคัญที่กําหนด ไวในหลักสูตรมีความสํ าคัญตอการสร างองค ความรู ของเด็ก ตัวอยางเช นเด็กเขาใจความหมายของ พื้นที่ระยะ ผานประสบการณ สําคัญการบรรจุและเทออก ดังนั้นผูสอนจึงวางแผนจัดกิจกรรมให  เด็กเลนบรรจุทราย /นํ้าลงในภาชนะหรือถายเททราย /นํ้าออกจากภาชนะตางๆ ขณะเลนทราย

เลนนํ้า เด็กจะเรียนรูผานประสบการณสําคัญซํ้าแลวซํ้าอีก มีการปฏิสัมพันธกับวัตถุ สิ่งของ ผูใหญ  และเด็กอื่น ฯลฯ ผูสอนที่เข าใจและเห็นความสําคัญจะยึดประสบการณสําคัญเปนเสมือนเครื่องมือ สําหรับการสังเกตพัฒนาการเด็ก แปลการกระทําของเด็กชวยตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดสื่อ และชวย วางแผนกิจกรรมในแตละวัน

๑๓ ตค ๔๖

๑๖

ประสบการณสําคัญสําหรับเด็กอายุ๓-๕ปจะครอบคลุมพัฒนาการทั้ง๔ดานคือ

๓.๑.๑ ประสบการณสําคัญที่สงเสริมพัฒนาการด านร างกาย เปนการสนับสนุนให 

เด็กไดมีโอกาสดูแลสุขภาพและสุขอนามัย รักษาความปลอดภัย พัฒนากลามเนื้อใหญ และ กลามเนื้อเล็ก ดังนี้

 

ประสบการณสําคัญ(ดานร างกาย )

 

 

 

 

 

 

ตัวอยางกิจกรรม

 

 

 

การทรงตัวและการประสานสัมพันธของกล

ามเนื้อใหญ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การเคลื่อนไหวอยูกับที่

 

 

เชนตบมือ ผงกศีรษะ ขยิบตา เคาะเทาเคลื่อนไหวมือและ

 

 

 

 

 

 

 

 

แขน มือและนิ้วมือเทาและปลายเท

าอยูกับที่ฯลฯ

 

 

และการเคลื่อนไหวเคลื่อนที่

 

 

เชนคลานคืบเดินวิ่งกระโดดควบมากาวกระโดด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เคลื่อนที่ไปขางหน า-ขางหลัง

ขางซ าย-ขางขวา ฯลฯ

 

 

•

การเคลื่อนไหวพรอมวัสดุอุปกรณ



 

เชนเคลื่อนไหวพรอมเชือก

ผาแพร ฯลฯตามจินตนาการหรือ

 

 

 

 

 

 

 

 

ตามคําบรรยายของผูสอน ฯลฯ

 

 

 

 

• การเลนเครื่องเล

นสนาม

 

 

 

เชนเลนปนปายเครื่องเลนขี่จักรยานสามลอฯลฯ

 

 

การประสานสัมพันธของกล

ามเนื้อเล็ก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

• การเลนเครื่องเล

นสัมผัส

 

 

เชนรอยลูกป

ดตอภาพตัดต

อฯลฯ

 

 

 

 

•

การเขียนภาพและการเลนกับสี

 

 

เชนเขียนภาพดวยสีเทียน

สีนํ้าเปาสีทับสีฯลฯ

 

 

• การปนและประดิษฐ

สิ่งตางๆ

 

 

เชนปนดินเหนียว

ดินนํ้ามันประดิษฐเศษวัสดุ ฯลฯ

 

 

•

การตอของ บรรจุเทและแยกชิ้นสวน

 

เชนเลนทราย

นํ้าตอกอนไม /บล็อก/พลาสติกสรางสรรค

ฯลฯ

 

การรักษาสุขภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย

 

 

เชน ลางมือก

อนรับประทานอาหาร ทําความสะอาดหลังจาก

 

 

 

 

 

 

 

 

เขาหองนํ้า หองส วม รับประทานอาหารกลางวันที่ครบหาหมู 

 

 

 

 

 

 

 

การนอนกลางวัน เลนอิสระ

เลนเครื่องเล

นสนาม ดูแลรักษา

 

 

 

 

 

 

 

ความสะอาดของของเลนฯลฯ

 

 

 

 

การรักษาความปลอดภัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การรักษาความปลอดภัยของตนเอง

 

เชนเลนเครื่องเล

นที่ถูกวิธี การระวังรักษาตนขณะเจ็บปวยเป น

 

 

และผูอื่นในกิจวัตรประจํ าวัน

 

 

ไขหวัด ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๑๓ ตค ๔๖

๑๗

๑.๒ ประสบการณสําคัญที่สงเสริมพัฒนาการดานอารมณและจิตใจ เปนการสนับสนุนให 

เด็กไดแสดงออกทางอารมณ และความรูสึกที่เหมาะสมกับวัย มีความสุข ราเริงแจ มใส ไดพัฒนา คุณธรรมจริยธรรม สุนทรียภาพ ความรูสึกที่ดีต อตนเองและความเชื่อมั่นในตนเองขณะปฎิบัติกิจกรรม ตางๆ ดังนี้

 

ประสบการณสําคัญ(ดานอารมณ

และจิตใจ

)

 

ตัวอยางกิจกรรม

 

 

 

 

 

ดนตรี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การแสดงปฏิกริยาโตตอบเสียงดนตรี

 

เชนทําทาตามจังหวะ

เสียงดนตรีฯลฯ

 

 

 

•

การเลนเครื่องดนตรีง

ายๆ

 

 

 

เชนเลนเครื่องดนตรีประเภทเคาะ

ประเภทตีฯลฯ

•

การรองเพลง

 

 

 

 

 

เชนรองเพลงผัก

ผลไมเพลงแปรงฟนฯลฯ

 

สุนทรียภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การชื่นชมและสรางสรรค

สิ่งสวยงาม

 

 

เชนเขียนภาพตามความคิดสรางสรรค

แสดงความ

 

 

 

 

 

 

 

คิดเห็นตอผลงานศิลปะ

ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การแสดงออกอยางสนุกสนานกับเรื่องตลก

ขําขัน และ

เชนฟง/เลาเรื่องราว

/เหตุการณสนุกสนานต

างๆและ

 

เรื่องราว/เหตุการณที่สนุกสนานต างๆ

 

 

 

เลนบทบาทสมมติ ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การเลน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การเลนอิสระ

 

 

 

 

 

เชน เลนอิสระตามมุมเล

นในห

องเรียน

เลนอิสระ

 

 

 

 

 

 

 

กลางแจงฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การเลนรายบุคคลการเล นเปนกลุม

 

 

 

เชนทําศิลปะเปนรายบุคคล

ศิลปะแบบรวมมือ

 

 

 

 

 

 

 

เลนเสรี เลนอิสระในมุมเล

นเป นรายบุคคลหรือ

 

 

 

 

 

 

 

กลุมยอยฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การเลนในห องเรียนและนอกห องเรียน

 

 

 

เชนเลนตามมุมเล

นในห

องเรียน

เลนกลางแจ

งฯลฯ

คุณธรรมจริยธรรม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่นับถือ

 

 

เชนไปทําบุญที่วัดมัสยิดโบสถฯลฯ

 

 

 

 

๑๓ ตค ๔๖

๑๘

๓.๑.๓ประสบการณสําคัญที่สงเสริมพัฒนาการด านสังคม เปนการสนับสนุนให เด็กได มี โอกาสปฏิสัมพันธกับบุคคลและสิ่งแวดลอมตางๆรอบตัวจากการปฏิบัติกิจกรรมตางๆผานการเรียนรู ทางสังคม เชนการเลนการทํางานกับผูอื่น การปฏิบัติกิจวัตรประจําวัน การแกปญหาข อขัดแย งตางๆ ฯลฯ ดังนี้

 

ประสบการณสําคัญ(ดานสังคม

)

ตัวอยางกิจกรรม

 

 

 

 

 

การเรียนรูทางสังคม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การปฏิบัติกิจวัตรประจําวันของตนเอง

 

เชนแตงตัว ลางมือ รับประทานอาหาร ฯลฯ

 

 

•

การเลนและการทํ างานรวมกับผูอื่น

 

เชนแบงกลุ ม๒-๔คนรวมกันประดิษฐ

เศษวัสดุฯลฯ

 

•

การวางแผนตัดสินใจเลือก และลงมือปฏิบัติ

เชนวางแผนเลือกทํ ากิจกรรมศิลปะ ทํางานศิลปะตามที่

 

 

 

 

 

วางแผนไวฯลฯ

 

 

 

 

 

 

•

การมีโอกาสไดรับรู ความรูสึก ความสนใจและความ

เชนเลือกทํากิจกรรมศิลปะตามความสนใจ

 

 

 

 

ตองการของตนเองและผู อื่น

 

เลือกมุมเลนตามความสนใจของตน

ฯลฯ

 

 

 

•

การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเคารพ

 

เชนสนทนาอภิปรายเกี่ยวกับเหตุการณในนิทาน

 

 

 

ความคิดเห็นของผูอื่น

 

แสดงความคิดเห็น/รับฟงความคิดเห็นของเด็กอื่น

ฯลฯ

 

•

การแกปญหาในการเล

น

 

เชนเลนเกมการศึกษา

แกปญหา/ขอขัดแย

งขณะเลน

 

 

 

 

 

อิสระกับเด็กอื่นฯลฯ

 

 

 

 

 

 

•

การปฏิบัติตามวัฒนธรรมทองถิ่นที่อาศัยอยู และความเปนไทย

เชนรดนํ้าดําหัว ทําบุญตักบาตรในวันสําคัญตางๆฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๑๓ ตค ๔๖

๑๙

๓.๑.๔ ประสบการณสําคัญที่สงเสริมพัฒนาการด านสติป ญญา เปนการสนับสนุนให เด็ก ไดรับรู เรียนรูสิ่งต างๆรอบตัว ดวยประสาทสัมผัสทั้งห าผานการคิด การใชภาษา การสังเกต การจําแนกและเปรียบเทียบ จํานวน มิติสัมพันธ(พื้นที่/ระยะ) และเวลาดังนี้

 

ประสบการณสําคัญ(ดานสติป

ญญา )

 

 

 

 

 

ตัวอยางกิจกรรม

 

 

 

 

 

 

การคิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การรูจักสิ่งต

างๆดวยการมอง

ฟงสัมผัสชิมรส

เชนชิมรสผลไมสัมผัสผิววัตถุเรียบ-ขรุขระฯลฯ

 

 

และดมกลิ่น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การเลียนแบบการกระทําและเสียงตางๆ

 

เชนเคลื่อนไหวเลียนแบบทาทางสัตว

ชนิดต

างๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บุคคลที่ชอบเลียนเสียงสัตวฯลฯ

 

 

 

 

 

 

•

การเชื่อมโยงภาพ ภาพถายและรูปแบบตางๆ กับ

เชนใชบล็อกก

อสร างเป นสวนสัตว

หลังจากไป

 

 

 

สิ่งของหรือสถานที่จริง

 

 

 

 

 

 

ทัศนศึกษาที่สวนสัตวปนดินเป

นตัวสัตว

ตางๆ ฯลฯ

•

การรับรูและแสดงความรูสึกผ านสื่อ

วัสดุของเลน

เชนเขียนภาพระบายสีปนดิน ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

และผลงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การแสดงความคิดสรางสรรค

ผานสื่อ

วัสดุตางๆ

เชนประดิษฐเศษวัสดุ เคลื่อนไหวเชิงสรางสรรค

โดย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ใชวัสดุประกอบ

ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

การใชภาษา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การแสดงความรูสึกด วยคํ าพูด

 

 

 

 

เชนใหเด็กพูดแสดงความรู สึกความคิดเห็นความ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เขาใจในสิ่งต

างๆ ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

• การพูดกับผูอื่นเกี่ยวกับประสบการณของตนเอง

เชนใหเด็กเล น/ทํางานรวมกันเป

นกลุ มฯลฯ

 

 

 

 

หรือเลาเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

• การอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณและความ

เชนให เด็กอธิบายสิ่งต

างๆที่ตนสนใจหรือสิ่งที่คิด

ฯลฯ

 

สัมพันธของสิ่งต

างๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การฟงเรื่องราวนิทาน

คําคลองจอง คํากลอน

เชนฟงนิทาน

/เรื่องราวตางๆ /คําคลองจอง /คํากลอนฯลฯ

• การเขียนในหลายรูปแบบผานประสบการณ

ที่

เชน เขียนภาพ

เขียนชื่อตนเอง

 

เขียนบัตรอวยพร

 

สื่อความหมายตอเด็ก เขียนภาพ

เขียนขีดเขี่ย

เขียนภาพนิทาน/เรื่องนิทาน ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

เขียนคลายตัวอักษร

เขียนเหมือนสัญลักษณ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เขียนชื่อตนเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๑๓ ตค ๔๖

๒๐

 

ประสบการณสําคัญ(ดานสติป

ญญา )

 

 

 

 

ตัวอยางกิจกรรม

 

 

 

การใชภาษา (ตอ)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การอานในหลายรูปแบบ

ผานประสบการณ

ที่

เชน อานนิทาน

อานป ายและสัญลักษณ

ที่เด็กสนใจ

 

สื่อความหมายตอเด็ก อานภาพหรือสัญลักษณ



อานนิทานให

เพื่อนฟ

งฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากหนังสือนิทาน/เรื่องราวที่สนใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การสังเกตการจําแนกและการเปรียบเทียบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การสํารวจและอธิบายความเหมือน

ความตางของ

เชนสํารวจวัตถุสิ่งของตางๆและสนทนาเกี่ยวกับลักษณะ

 

สิ่งตางๆ

 

 

 

 

 

ของวัตถุสิ่งของนั้นๆ

เก็บรวบรวมวัตถุสิ่งตางๆที่สนใจ

 

 

 

 

 

 

 

และสนทนารวมกัน ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การจับคูการจําแนกและการจัดกลุม

 

 

เชนจับคูความเหมือนความต

างของสิ่งต

างๆ จําแนกชนิด

 

 

 

 

 

 

 

ของผัก/ผลไม/เครื่องใชตางๆ ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

•

การเปรียบเทียบ

 

 

 

 

 

เชนใชวัตถุของจริงเปรียบเทียบยาว

-สั้นฯลฯ

 

•

การเรียงลําดับสิ่งตางๆ

 

 

 

 

 

เชนเรียงลําดับขนาดลูกบอลเรียงลําดับขนาดดินสอฯลฯ

•

การคาดคะเนสิ่งตางๆ

 

 

 

 

 

เชนคาดคะเนชื่อเรื่องนิทานฯลฯ

 

 

 

 

 

 

•

การตั้งสมมติฐาน

 

 

 

 

 

เชนตั้งสมมติฐานกอนทดลอง

จม-ลอย ฯลฯ

 

•

การทดลองสิ่งตางๆ

 

 

 

 

 

เชนจม-ลอย

แมเหล็กกับวัตถุต างๆ หนัก-เบา การปลูกพืช

 

 

 

 

 

 

 

ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การสืบคนขอมูล

 

 

 

 

 

เชนให เด็กออกไปศึกษานอกสถานที่

สัมภาษณบุคคล

 

 

 

 

 

 

 

ตางๆ ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การใชหรืออธิบายสิ่งต

างๆ ดวยวิธีการที่

 

 

เชนใหเด็กสํ ารวจกอนไม รูปทรงต

างๆและนํ ามากอสร าง

 

หลากหลาย

 

 

 

 

 

เปนเก าอี้โตะโทรศัพทหรือสิ่งต

างๆ ฯลฯ

 

จํานวน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การเปรียบเทียบจํานวนมากกวานอยกว าเทากัน

เชนจัดสื่อ

วัสดุของจริงใหเด็กเปรียบเทียบจํ านวน

 

 

 

 

 

 

 

ประกอบอาหารชั่งตวงสวนผสม

ฯลฯ

 

 

 

•

การนับสิ่งตางๆ

 

 

 

 

 

เชนนับจาน/ชามนับถวยนํ้ารวบรวมสิ่งตางๆและนับจํ านวนฯลฯ

•

การจับคูหนึ่งต อหนึ่ง

 

 

 

 

 

เชนจับคูถวยกับจานรอง

ชอนกับส อมแผ นรองป นกับดิน

 

 

 

 

 

 

 

ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของจํานวนหรือปริมาณ

 

เชนจัดสื่ออุปกรณใหเด็กเล นนับจํานวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงฯลฯ

๑๓ ตค ๔๖

๒๑

 

ประสบการณสําคัญ(ดานสติป

ญญา )

 

ตัวอยางกิจกรรม

 

 

 

มิติสัมพันธ(พื้นที่/ระยะ)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การตอเขาดวยกัน การแยกออก การบรรจุและ

เชนเลนทราย

-นํ้ากอสร างบล็อก

ฯลฯ

 

 

 

 

การเทออก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การสังเกตสิ่งตางๆและสถานที่จากมุมมอง

เชนใหเด็กเล นปนปายเครื่องเล

นสนาม

ลอดอุโมงคและ

 

ที่ตางๆกัน

 

 

สนทนากับเด็กเกี่ยวกับพื้นที่/ระยะจากมุมมองตางๆ ฯลฯ

• การอธิบายในเรื่องตําแหนงของสิ่งต

างๆที่

เชนสํารวจสิ่งตางๆที่คุ นเคยและอธิบายตํ าแหนงที่อยู ของ

 

สัมพันธกัน

 

 

สิ่งนั้นๆฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

•

การอธิบายในเรื่องทิศทางการเคลื่อนที่ของคน

เชนเลนสํารวจสถานที่ที่คุนเคยและอธิบายถึงทิศทาง

 

 

และสิ่งตางๆ

 

 

ระยะทางของสถานที่นั้นๆฯลฯ

 

 

 

 

• การสื่อความหมายของมิติสัมพันธดวยภาพวาด

เชนใหเด็กเขียนภาพด

วยสีเทียน

สีนํ้าดูหนังสือภาพกับ

 

 

ภาพถายและรูปภาพ

 

 

เด็กฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

เวลา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

•

การเริ่มตนและการหยุดการกระทํ าโดยสัญญาณ

เชนเคลื่อนไหวเร็ว-ชาและหยุดตามจังหวะสัญญาณ

 

 

 

 

 

ทดลองขี่จักรยานสามลอและหยุดตามสัญญาณ

ฯลฯ

 

•

การเปรียบเทียบเวลา เชนตอนเชาตอนเย็น

เชนเชื่อมโยงระยะเวลากับการกระทําและเหตุการณตางๆ

 

 

เมื่อวานนี้พรุงนี้ฯลฯ

 

 

ทบทวนกิจวัตรประจําวันที่ทําฯลฯ

 

 

 

•

การเรียงลําดับเหตุการณตางๆ

 

 

เชนใหเด็กทํ ากิจกรรมประจําวันตามลําดับอยางสมํ่ าเสมอ

 

 

 

 

 

ทุกวัน เลนเกมเรียงลํ าดับเหตุการณฯลฯ

 

 

•

การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของฤดู

เชนสังเกตอากาศแตละวัน สนทนาเกี่ยวกับสภาพอากาศ

 

 

 

 

 

ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

๑๓ ตค ๔๖

๒๒

๓.๒ สาระที่ควรเรียนรู สาระในสวนนี้กํ าหนดเฉพาะหัวขอไมมีรายละเอียดทั้งนี้ เพื่อประสงคจะให ผูสอนสามารถกําหนดรายละเอียดขึ้นเองใหสอดคลองกับวัย ความตองการ ความสนใจของเด็ก อาจยืดหยุนเนื้อหาได โดยคํานึงถึงประสบการณและสิ่งแวดลอมในชีวิตจริง ของเด็ก ผูสอนสามารถนํ าสาระที่ควรเรียนรูมาบูรณาการ จัดประสบการณตางๆใหงายตอการ

เรียนรู ทั้งนี้มิไดประสงค ใหเด็กทองจําเนื้อหา แตตองการใหเด็กเกิดแนวคิดหลังจากนํา สาระการเรียนรูนั้นๆมาจัดประสบการณ ใหเด็กเพื่อใหบรรลุจุดหมายที่กําหนดไว นอกจากนี้ สาระที่ควรเรียนรูยังใชเปนแนวทางชวยผูสอนกําหนดรายละเอียดและความยากงายของเนื้อหาให เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก สาระที่ควรเรียนรูประกอบด วยเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เรื่องราว เกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดลอมเด็ก ธรรมชาติรอบตัวและสิ่งตางๆรอบตัวเด็ก ดังนี้

๓.๒.๑ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เด็กควรรูจักชื่อ

นามสกุล รูปรางหนาตาของตน

รูจักอวัยวะต างๆ และวิธีระวังรักษารางกายให สะอาด

ปลอดภัย มีสุขอนามัยที่ดีเรียนรูที่จะเล

นและ

ทําสิ่งตางๆด วยตนเองคนเดียวหรือกับผู อื่น ตลอดจนเรียนรูที่จะแสดงความคิดเห็น

ความรูสึก และ

แสดงมารยาทที่ดีทั้งนี้เมื่อเด็กมีโอกาสเรียนรูเรื่องราวเกี่ยวกับตนเองแล วเด็กควรจะเกิดแนวคิดดังนี้

™ ฉันมีชื่อตั้งแตเกิด ฉันมีเสียง รูปรางหน าตาไม เหมือนใคร ฉันภูมิใจที่เปน ตัวฉันเอง เปนคนไทยที่ดี มีมารยาท มีวินัย รูจักแบ งปนทําสิ่งตาง ๆ ดวยตนเอง เชนแตงตัว แปรงฟนรับประทานอาหาร ฯลฯ

™ฉันมีอวัยวะตางๆ เชนตาหูจมูกปาก ขา มือ ผมนิ้วมือ นิ้วเทาฯลฯ และฉันรูจักวิธีรักษาร างกายใหสะอาด ปลอดภัย มีสุขภาพดี

™ฉันตองรับประทานอาหารที่มีประโยชน ออกกําลังกาย และพักผอน เพื่อ

ใหรางกายเจริญเติบโต

™ฉันเรียนรูขอตกลงตางๆ รูจักระมัดระวังรักษาความปลอดภัยของตนเอง

และผูอื่นเมื่อทํ างาน เลนคนเดียว

และเลนกับผู อื่น

 

™

ฉันอาจรูสึกดีใจ

เสียใจ โกรธ เหนื่อย

หรืออื่น ๆ แตฉันเรียนรู ที่จะ

แสดงความรูสึกในทางที่ดี และเมื่อฉันแสดงความคิดเห็น หรือทําสิ่งตางๆดวยความคิดของตนเอง

แสดงวาฉันมีความคิดสร

างสรรค

ความคิดของฉันเปนสิ่งสํ าคัญ

แตคนอื่นก็มีความคิดที่ดีเหมือน

ฉันเชนกัน

 

 

 

 

 

๑๓ ตค ๔๖

๒๓

๓.๒.๒ เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดลอมเด็ก เด็กควรไดมีโอกาสรู จัก และรับรูเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน รวมทั้งบุคคลตางๆที่เด็กต องเกี่ยวข อง หรือมีโอกาสใกลชิดและมีปฏิสัมพันธ ในชีวิตประจํ าวันทั้งนี้เมื่อเด็กมีโอกาสเรียนรูแลวเด็กควรเกิด แนวคิดดังนี้

™ทุกคนในครอบครัวของฉันเปนบุคคลสํ าคัญตองการที่อยู อาศัย อาหาร เสื้อผาและยารักษาโรค รวมทั้งตองการความรัก ความเอื้ออาทร ชวยดูแลซึ่งกันและกัน ชวยกัน ทํางานและปฏิบัติตามขอตกลงภายในครอบครัว ฉันตองเคารพ เชื่อฟงพอแมและผูใหญในครอบครัว ปฏิบัติตนใหถูกต องตามกาลเทศะ ครอบครัวของฉันมีวันสําคัญตางๆ เชนวันเกิดของบุคคลใน ครอบครัว วันทําบุญบานฯลฯ ฉันภูมิใจในครอบครัวของฉัน

™สถานศึกษาของฉันมีชื่อ เปนสถานที่ที่เด็กๆมาทํ ากิจกรรมรวมกันและ ทําใหไดเรียนรูสิ่งตางๆมากมาย สถานศึกษาของฉันมีคนอยูรวมกันหลายคน ทุกคนมีหนาที่

รับผิดชอบ ปฏิบัติตามกฏระเบียบ

ชวยกันรักษาความสะอาดและทรัพย

สมบัติของสถานศึกษา

สวนครูรักฉันและเอาใจใส

ดูแลเด็กทุกคน

เวลาทํากิจกรรมฉันและเพื่อนจะชวยกันคิด

ชวยกันทํ า

รับฟงความคิดเห็น

และรับรูความรู สึกซึ่งกันและกัน

 

 

™ทองถิ่นของฉันมีสถานที่ บุคคล แหลงวิทยากร แหลงเรียนรู ตางๆที่ สําคัญ คนในทองถิ่นที่ฉันอาศัยอยู มีอาชีพที่หลากหลาย เชนครูแพทยทหาร ตํารวจ ชาวนา ชาวสวน พอคา แมคา ฯลฯ ทองถิ่นของฉันมีวันสํ าคัญของตนเอง ซึ่งจะมีการปฏิบัติกิจกรรมที่ แตกตางกันไป

™ฉันเปนคนไทย มีวันสําคัญของชาติศาสนาและพระมหากษัตริยมี

วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีหลายอยางฉันและเพื่อนนับถือศาสนาหรือมีความเชื่อที่ เหมือนกันหรือแตกตางกันได ศาสนาทุกศาสนาสอนใหทุกคนเป นคนดีฉันภูมิใจที่ฉันเปนคนไทย

๓.๒.๓ ธรรมชาติรอบตัว เด็กควรจะไดรูจักสิ่งมีชีวิตที่เปนตนไมดอกไมสัตว รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของโลกที่แวดลอมเด็กตามธรรมชาติ เชน ฤดูกาลกลางวันกลางคืนฯลฯ แนวคิดที่ควรใหเกิดหลังจากเด็กเรียนรู ธรรมชาติรอบตัว มีดังนี้

™ธรรมชาติรอบตัวฉันมีทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไมมีชีวิต สิ่งมีชีวิตตองการ อากาศ แสงแดด นํ้าและอาหารเพื่อเจริญเติบโต สิ่งมีชีวิตสามารถปรับตัวใหเขากับลักษณะอากาศ ฤดูกาลและยังตองพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน สําหรับสิ่งไมมีชีวิต เชนนํ้าหิน ดิน ทราย ฯลฯ มีรูปรางสีประโยชนและโทษตางกัน

™ลักษณะอากาศรอบตัวแตละวันอาจเหมือนหรือแตกต างกันไดบางครั้ง ฉันทายลักษณะอากาศไดจากสิ่งต างๆ รอบตัว เชนเมฆ ทองฟ า ลม ฯลฯในเวลากลางวันเปน

๑๓ ตค ๔๖

๒๔

ชวงเวลาที่ดวงอาทิตย ขึ้นจนดวงอาทิตย ตก คนสวนใหญ จะตื่นและทํ างาน สวนฉันไปโรงเรียน หรือเลนเวลากลางคืนเปนชวงเวลาที่ดวงอาทิตย ตกจนดวงอาทิตย ขึ้น ฉันและคนสวนใหญ จะนอน พักผอนตอนกลางคืน

™ สิ่งแวดลอมตามธรรมชาติรอบตัวฉัน เชน ตนไม สัตวนํ้าดิน หิน ทราย อากาศ ฯลฯ เปนสิ่งจํ าเปนสําหรับชีวิตตองไดรับการอนุรักษสิ่งแวดลอมที่มนุษย สราง ขึ้นรอบๆตัวฉัน เชนบานอยู อาศัย ถนนหนทาง สวนสาธารณะ สถานที่ตางๆฯลฯ เปนสิ่งที่ใช  ประโยชนรวมกัน ทุกคนรวมทั้งฉันชวยกันอนุรักษ สิ่งแวดลอมและรักษาสาธารณสมบัติโดย ไมทําลายและบํารุงรักษาใหดีขึ้นได

๓.๒.๔ สิ่งตาง ๆ รอบตัวเด็ก เด็กควรจะไดรูจักสิ่งของเครื่องใชยานพาหนะ และการสื่อสารตางๆ ที่ใชอยูในชีวิตประจําวันของเด็ก ทั้งนี้เมื่อเด็กมีโอกาสเรียนรูแลวเด็กควร เกิดแนวคิดดังนี้

™สิ่งตางๆรอบตัวฉันส วนใหญมีสี ยกเวนกระจกใส พลาสติกใส นํ้าบริสุทธิ์อากาศบริสุทธิ์ฉันเห็นสีตางๆด วยตา แสงสวางชวยใหฉันมองเห็นสีสีมีอยูทุกหน ทุกแหงที่ฉันสามารถเห็น ตามดอกไมเสื้อผาอาหาร รถยนตและอื่น ๆ สีที่ฉันเห็นมีชื่อเรียก ตางๆกัน เชนแดง เหลืองนํ้าเงิน ฯลฯ สีแตละสีทํ าใหเกิดความรูสึกตางกัน สีบางสีสามารถใช เปนสัญญาณ หรือสัญลักษณสื่อสารกันได 

™สิ่งตางๆ รอบตัวฉันมีชื่อ ลักษณะตางๆ กัน สามารถแบงตามประเภท

ชนิด ขนาด สีรูปรางพื้นผิว วัสดุรูปเรขาคณิต ฯลฯ

™การนับสิ่งตางๆ ทําใหฉันรูจํานวนสิ่งของ และจํานวนนับนั้นเพิ่มหรือ ลดไดฉันเปรียบเทียบสิ่งของตางๆ ตามขนาด จํานวน นํ้าหนัก และจัดเรียงลําดับสิ่งของตาง ๆ ตามขนาด ตําแหนง ลักษณะที่ตั้งได

™คนเราใชตัวเลขในชีวิตประจํ าวัน เชน เงิน โทรศัพทบานเลขที่ ฯลฯ ฉันรวบรวมขอมูลง ายๆ นํามาถายทอดให ผูอื่นเข าใจได โดยนํ าเสนอดวยรูปภาพ แผนภูมิแผนผัง แผนที่ฯลฯ

™สิ่งที่ชวยฉันในการชั่ง ตวง วัด มีหลายอยางเชนเครื่องชั่ง ไมบรรทัด สายวัด ถวยตวง ชอนตวง เชือก วัสดุสิ่งของอื่น ๆ บางอยางฉันอาจใช การคาดคะเนหรือ กะประมาณ

™เครื่องมือเครื่องใชมีหลายชนิดและหลายประเภท เชนเครื่องใชในการ ทําสวนการกอสร างเครื่องใชภายในบ าน ฯลฯ คนเราใชเครื่องมือเครื่องใช ตางๆชวยอํานวยความ สะดวกในการทํางาน แตขณะเดียวกันต องระมัดระวังในเวลาใชเพราะอาจเกิดอันตรายและเกิด

๑๓ ตค ๔๖

๒๕

ความเสียหายไดถาใชผิดวิธีหรือใช ผิดประเภท เมื่อใชแลวควรทํ าความสะอาด และเก็บเขาที่ให  เรียบรอย

™ฉันเดินทางจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่งไดดวยการเดินหรือใชยานพาหนะ พาหนะบางอยางที่ฉันเห็นเคลื่อนที่ได โดยการใช เครื่องยนต ลมไฟฟาหรือคนเปนผูทําใหเคลื่อนที่ คนเราเดินทางหรือขนสงได ทั้งทางบก ทางนํ้าทางอากาศ พาหนะที่ใชเดินทาง เชนรถยนต รถเมลรถไฟ เครื่องบิน เรือ ฯลฯ ผูขับขี่จะต องได รับใบอนุญาตขับขี่และทํ าตามกฏจราจรเพื่อ ความปลอดภัยของทุกคน และฉันตองเดินบนทางเท าขามถนนตรงทางม าลาย สะพานลอย หรือ ตรงที่มีสัญญาณไฟ เพื่อความปลอดภัยและตองระมัดระวังเวลาข าม

™ฉันติดตอสื่อสารกับบุคคลต างๆได หลายวิธี เชน โดยการไปมาหาสู โทรศัพทโทรเลข จดหมาย จดหมายอิเลคทรอนิคสฯลฯ และฉันทราบขาวความเคลื่อนไหว ตางๆ รอบตัวดวยการสนทนา ฟงวิทยุ ดูโทรทัศนและอานหนังสือ หนังสือเปนสื่อในการ

ถายทอดความรู ความคิด ความรูสึกไปยังผู อาน ถาฉันชอบอ านหนังสือ ฉันก็จะมีความรู ความคิดมากขึ้น ฉันใชภาษาทั้งฟ งพูด อาน เขียน เพื่อการสื่อความหมายในชีวิตประจําวัน

๑๓ ตค ๔๖

๒๖

ตอนที่๒

การจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

๑๓ ตค ๔๖

๒๗

บทที่๓

การจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

สถานศึกษาเปนหน วยงานที่จัดการศึกษา เปนแหล งของการแสวงหาความรู  จึงตองมี หลักสูตรเปนของตนเองคือหลักสูตรสถานศึกษาที่ครอบคลุมภาระงานการจัดการศึกษาทุกดาน หลักสูตรสถานศึกษาจึงประกอบดวยมวลประสบการณ ตางๆที่สถานศึกษาแต ละแห งวางแผน

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยเปนหลักสูตรที่เกิดจากการที่สถานศึกษานําสภาพตางๆที่เปน ปญหา จุดเดน เอกลักษณของชุมชน สังคม ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปญญาท องถิ่น คุณลักษณะ ที่พึงประสงคเพื่อการเปนสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติมากําหนด เปนสาระและจัดกระบวนการเรียนรู ใหเด็กบนพื้นฐานของหลักสูตรแกนกลาง และเพิ่มเติมสาระ ตามความถนัด ความสนใจของเด็กปฐมวัย โดยความรวมมือของทุกคนในสถานศึกษาและชุมชน มีการกําหนดวิสัยทัศนภารกิจ เปาหมาย หรือจุดหมาย(มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค) เพื่อนําไปสูการออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาใหมีคุณภาพเพื่อพัฒนาเด็ก

ขั้นตอนการจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

๑.ศึกษาทําความเขาใจเอกสารหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๔๖

และเอกสารหลักสูตรอื่นๆ รวมทั้งศึกษาขอมูลเกี่ยวกับตัวเด็กและครอบครัว สภาพปจจุบัน ปญหา ความตองการของชุมชนและท องถิ่น

๒.รวมกันจัดทํ าหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โดยมีขอเสนอแนะเป นแนวทางจัดทํ า

ตามหัวขอดังนี้ ๒.๑ วิสัยทัศนภารกิจ เปาหมาย หรือจุดหมาย(มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค)

๒.๒ โครงสรางหลักสูตร ๒.๒.๑ สาระการเรียนรูรายป  ๒.๒.๒ เวลาเรียน

๒.๓ การจัดประสบการณ ๒.๔ การสรางบรรยากาศการเรียนรู  ๒.๕ สื่อและแหลงการเรียนรู  ๒.๖ การประเมินพัฒนาการ ๒.๗ การบริหารจัดการหลักสูตร ๒.๘ อื่นๆ

รายละเอียดที่เสนอแนะมีดังนี้

๑๓ ตค ๔๖

เปาหมาย
• ภารกิจ หรือ พันธกิจ

๒๘

๒.๑วิสัยทัศนภารกิจเปาหมาย หรือจุดหมาย(มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค)

• วิสัยทัศน สถานศึกษาปฐมวัยจําเปนตองกํ าหนดวิสัยทัศนซึ่งเป นการคิดไป ขางหน าเปนอนาคตที่พึงประสงค เปนภาพที่พึงปรารถนาในอนาคตที่วางอยู บนพื้นฐานความจริง มีเอกลักษณเปนของสถานศึกษาของตน ทําใหบุคลากรที่เกี่ยวข องเกิดศรัทธา /ความคิดในการ พัฒนาเด็กปฐมวัย ทั้งนี้การกําหนดวิสัยทัศนกับนโยบายควรเป นการกํ าหนดรวมกันระหว าง บุคลากรในสถานศึกษา พอแม ผูปกครอง รวมทั้งคณะกรรมการสถานศึกษาแสดงวิสัยทัศนที่ ปรารถนาใหสถานศึกษาปฐมวัยพัฒนาเด็ก วิสัยทัศนที่ดีต องมีความชัดเจน สอดคลองกับนโยบาย ของสถานศึกษาและมีระยะเวลาที่แนนอน

สถานศึกษาปฐมวัยจําเปนตองกําหนดงานหลักที่สําคัญ หรือวิธีดําเนินงานเพื่อใหบรรลุวิสัยทัศนในระยะเวลาที่แนนอน

• เปนการกํ าหนดความคาดหวังดานคุณภาพที่เกิดกับผู เรียน และการ ดําเนินงานดานอื่นๆ ซึ่งสอดคลองกับจุดหมายหรือมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค ของ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๔๖(หลักสูตรแกนกลาง) และวิสัยทัศนที่สถานศึกษา กําหนด การกําหนดเปาหมายสามารถกํ าหนดไดทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ

• จุดหมาย หรือ มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคเปนการกํ าหนดความ คาดหวังที่จะเกิดกับเด็กหลังจากจบหลักสูตรแลว ในบางกรณีอาจกําหนดรวมอยูในเปาหมาย แตถาเปาหมายกํ าหนดในภาพรวม อาจแยกออกมากําหนดเปนจุดหมายตางหากไดซึ่งจะมองใน ลักษณะที่เปนองค ประกอบที่สําคัญของหลักสูตรกลาวคือ เปนจุดหมายของหลักสูตรโดยตรง

การกําหนดจุดหมายหรือมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคจะกําหนดโดย นําจุดหมายของหลักสูตรแกนกลาง มากําหนดเปนจุดหมายของหลักสูตรสถานศึกษาโดยตรง และ สถานศึกษาอาจกําหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคเพิ่มขึ้นอีกด วย

มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคในหลักสูตรสถานศึกษาทุกมาตรฐาน จําเปน ตองนํ ามาวิเคราะหและกําหนดตัวบงชี้และสภาพที่พึงประสงคในแตละชั้นปใหเห็นภาพชัดเจน ดังตัวอยางตอไปนี้

๑๓ ตค ๔๖

๒๙

ตัวอยางการวิเคราะห มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค (กําหนดตัวบงชี้และ สภาพที่พึงประสงค)

มาตรฐานที่๑ รางกายเจริญเติบโตตามวัย และมีสุขนิสัยที่ดี

ตัวอยางตัวบ

งชี้

 

 

ตัวอยางสภาพที่พึงประสงค



 

๓ ขวบ

๔ ขวบ

 

 

 

 

๕ ขวบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๑

 

 

 

 

นํ้าหนักและสวนสูงตามเกณฑ



 

มีนํ้าหนัก สวนสูง และ

 

 

 

 

เสนรอบศีรษะตามเกณฑ



 

 

เสนรอบศีรษะตามเกณฑ



 

 

ตัวบงชี้ที่ ๒

 

 

ยอมรับประทานอาหารที่รับประทานอาหารที่มี

 

 

รับประทานอาหารที่มี

รูจักรักษาสุขภาพอนามัยและ

มีประโยชน

ประโยชนไดบางชนิด

 

 

ประโยชนไดหลายชนิด

ความปลอดภัย

 

 

ลางมือได



ลางมือหลังจากใช



 

 

ลางมือหลังจากใช



 

 

 

 

 

หองนํ้ าหองส วม

 

 

 

หองนํ้ าหองส วมและ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กอนรับประทานอาหาร

บอกความตองการ เมื่อจะขับถาย ขับถายเป นเวลา

พักผอนเป นเวลา ปฏิบัติตนใหปลอดภัย ระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองและผูอื่น

๑๓ ตค ๔๖

๓๐

มาตรฐานที่๒

 

กลามเนื้อใหญ

และกล

ามเนื้อเล็กแข็งแรง

ใชไดอยางคล องแคล

วและ

 

 

 

 

ประสานสัมพันธกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัวอยางตัวบ

งชี้

 

 

 

 

 

 

 

ตัวอยางสภาพที่พึงประสงค



 

 

 

 

 

 

๓ ขวบ

 

 

 

๔

ขวบ

 

 

 

 

๕ ขวบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๑

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เคลื่อนไหวรางกายอยาง

 

วิ่งแลวหยุดได



 

 

 

วิ่งและหยุดไดโดย

 

 

วิ่งอยางรวดเร็วและหยุด

คลองแคล

วและทรงตัวได

ดี

 

 

 

 

 

 

เสียการทรงตัวเล็กนอย

 

ไดโดยไมเสียการทรงตัว

 

 

 

 

 

 

กระโดดขึ้นลงอยูกับที่ได



กระโดดขาเดียวอยูกับที่ได



กระโดดขาเดียวไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขางหน าได อยางตอเนื่อง

 

 

 

 

 

 

เดินขึ้นบันไดสลับเทาได 

เดินขึ้นลงบันได

 

 

 

เดินขึ้นลงบันไดสลับเทา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สลับเทาได 

 

 

 

ไดอยางคล องแคล

ว

 

 

 

 

 

 

เดินตามแนวที่กําหนดได

เดินตอเทาไปข างหน า

 

เดินตอเทาถอยหลังตาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตามแนวได

 

 

 

แนวได

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๒

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ใชมือได อยางคล องแคล

ว

โยนลูกบอลได

 

 

 

โยนลูกบอลไปขางหน าได

โยนลูกบอลไปขางหน า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไดอยางมีเป

าหมาย

 

 

 

 

 

 

รับลูกบอลโดยใชมือ

 

 

รับลูกบอลไดโดยไม

ใช

รับลูกบอลที่กระดอน

 

 

 

 

 

 

ทั้งสองและลําตัวชวย

 

 

ลําตัวชวย

 

 

 

 

จากพื้นได

 

 

 

 

 

 

 

ลากเสนมีลักษณะเป

น

 

 

เขียนรูปสี่เหลี่ยม

 

 

 

เขียนรูปเปนสามเหลี่ยม

 

 

 

 

 

 

วงกลม

 

 

 

 

 

มีมุมชัดเจน

 

 

 

 

มีมุมชัดเจน

 

 

 

 

 

 

 

ตัดกระดาษขาดจากกันได

ตัดกระดาษตามแนวเสน

 

ตัดกระดาษตามแนวเสน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ได

 

 

 

 

ไดโดยไม

มีรอยหยัก

 

 

 

 

 

 

รอยวัสดุที่มีรูขนาดใหญ ได

 

รอยวัสดุที่มีรูขนาดเล็กได 

 

รอยวัสดุที่มีรูขนาดเล็กได 

๑๓ ตค ๔๖

๓๑

มาตรฐานที่๓

มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข

 

ตัวอยางตัวบ

งชี้

 

 

ตัวอยางสภาพที่พึงประสงค



 

๓ ขวบ

 

๔ ขวบ

 

๕ ขวบ

 

 

 

 

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๑

 

 

 

 

 

ราเริง แจมใส อารมณดี

แสดงออกทางอารมณอยาง

 

 

 

เหมาะสมกับวัยและสถานการณ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เริ่มแสดงออกทางอารมณแสดงออกทาง

 

แสดงออกทางอารมณได

 

 

 

 

ไดเหมาะสมกับบางสถานการณ  อารมณไดเหมาะสม

 

เหมาะสมกับสถานการณ

 

 

 

 

 

 

กับบางสถานการณ

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๒

 

 

 

เริ่มมีความมั่นใจในตนเอง

 

มีความมั่นใจใน

 

มีความมั่นใจในตนเองและ

มีความรูสึกที่ดีต

อตนเองและผู อื่น

 

 

 

ตนเอง

 

กลาแสดงออก

 

 

 

 

พึงพอใจในตนเอง ชื่นชม

 

พึงพอใจในตนเอง

 

พึงพอใจในตนเอง ชื่นชม

 

 

 

 

ความสามารถและผลงาน

 

ชื่นชมความสามารถ

 

ความสามารถและผลงาน

 

 

 

 

ของตนเอง

 

และผลงานของตนเอง

 

ของตนเองและผูอื่น

 

 

 

 

 

 

และผูอื่นได บาง

 

 

๑๓ ตค ๔๖

๓๒

มาตรฐานที่๔

มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัวอยางตัวบ

งชี้

 

 

ตัวอยางสภาพที่พึงประสงค



 

 

 

 

 

 

๓ ขวบ

 

๔ ขวบ

 

 

๕ ขวบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๑

 

 

เริ่มรูจักเก็บของเล

น

เก็บของเลนของใชเขาที่ได 

จัดเก็บของเลนของใช

เขาที่

มีวินัยในตนเองและมีความ

รับผิดชอบ

 

 

ของใช

 

 

 

 

 

ไดเรียบร

อย

 

 

 

 

 

 

 

 

ทํางานที่ไดรับมอบหมาย

รับผิดชอบงานที่ไดรับ

 

มุงมั่นที่จะทํ างานให

 

 

 

 

 

มอบหมายจนสําเร็จ

 

สําเร็จดวยตนเอง

 

 

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๒

 

 

เริ่มรูวาของสิ่งใดเป นของ

ไมแยงหรือหยิบของผู อื่นมา

 

ไมหยิบของผู อื่นมาเป

น

ซื่อสัตยสุจริตและยอมรับความ

 

ผิดพลาดของตนเองและผูอื่น

ตนเองและสิ่งใดเปนของผู อื่น

เปนของตนเอง

 

 

 

ของตนเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

เริ่มรูจักการขอโทษ

รูจักขอโทษและให

อภัย

 

รูจักขอโทษและให

อภัย

ตัวบงชี้ที่ ๓

 

 

เริ่มแสดงความรักเพื่อน

แสดงความรักเพื่อนและสัตวเลี้ยง

 

แสดงความรักเพื่อน

 

 

 

มีความเมตตากรุณา

 

 

 

 

 

และชวยเหลือแบ

งปน

และสัตว

 

 

 

 

 

เด็กที่เล็กกวาและสัตว ตางๆ

 

 

 

เริ่มแบงปนสิ่งของ

แบงปนและเริ่มช

วยเหลือ

 

แบงปนและให

ความ

 

 

 

 

 

 

 

 

ผูอื่น

 

 

 

ชวยเหลือผู อื่น

 

 

 

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๔

 

 

ไมทําลายสิ่งของเครื่องใชรักษาสิ่งของที่ใชรวมกัน

 

รูจักใชสิ่งของ/เครื่องใช

รูจักประหยัด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

/ นํ้า/ไฟอยางประหยัด

 

๑๓ ตค ๔๖

๓๓

มาตรฐานที่๕ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรีการเคลื่อนไหว และรักการออกกําลังกาย

ตัวอยางตัวบ

งชี้

 

ตัวอยางสภาพที่พึงประสงค



๓ ขวบ

๔ ขวบ

 

๕ ขวบ

 

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๑

สนใจและมีความสุขกับศิลปะ สนใจและมีความสุขขณะทํางานศิลปะ ดนตรีและการเคลื่อนไหว

 

 

สนใจและมีความสุขกับเสียงเพลง ดนตรีและ

สนใจ ชื่นชม และ

 

 

การเคลื่อนไหว

 

มีความสุขกับเสียงเพลง

 

 

 

 

ดนตรีและการเคลื่อนไหว

ตัวบงชี้ที่ ๒

 

สรางสรรค

ผลงานศิลปะ

แสดงออกทางดานศิลปะ

ดนตรี

และการเคลื่อนไหวตามจินตนาการ

แสดงทาทาง / เคลื่อนไหว ประกอบเพลง จังหวะ และดนตรี

ตัวบงชี้ที่ ๓

 

สนใจและมีความสุขในการชม/ เลน/ ออกกําลังกาย

รักการออกกําลังกาย

 

มาตรฐานที่๖ ชวยเหลือตนเองได

เหมาะสมกับวัย

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัวอยางตัวบ

งชี้

 

 

ตัวอยางสภาพที่พึงประสงค



๓ ขวบ

๔ ขวบ

๕ ขวบ

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๑

 

เริ่มแตงตัวด วยตนเอง

แตงตัวได

ดวยตนเอง

เลือกเครื่องแตงกายของ

ปฏิบัติกิจวัตรประจําวันไดดวย

ตนเอง

 

 

 

 

 

ตนเองและแตงตัวดวย

 

 

 

 

 

 

ตนเอง

 

 

รับประทานอาหาร

รับประทานอาหารไดรับประทานอาหารดวย

 

 

ไดดวยตนเอง

ดวยตนเองโดยไมหก

ตนเองอยางถูกวิธี

 

 

 

 

เลอะเทอะ

 

๑๓ ตค ๔๖

๓๔

มาตรฐานที่๗

รักธรรมชาติสิ่งแวดลอม วัฒนธรรม และความเปนไทย

ตัวอยางตัวบ

งชี้

 

 

 

ตัวอยางสภาพที่พึงประสงค



๓ ขวบ

 

 

๔ ขวบ

 

 

๕ ขวบ

 

 

 

 

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๑

 

 

สนใจธรรมชาติและสิ่งแวดลอมรอบตัว

ดูแลรักษาธรรมชาติและ

 

ทิ้งขยะถูกที่

 

สิ่งแวดลอม

 

 

 

 

ไมทําลายสาธารณสมบัติ

 

 

 

 

 

 

ชวยดูแลรักษาสิ่งแวดล อมรอบตัว

ตัวบงชี้ที่ ๒

 

 

 

 

แสดงความเคารพได

 

มีสัมมาคารวะและมารยาท

 

 

 

รูจักกล าวคําขอบคุณ และขอโทษ

ตามวัฒนธรรมไทย

 

 

 

 

 

 

ปฏิบัติตนไดเหมาะสมตาม

 

 

 

 

 

 

 

 

กาละเทศะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาตรฐานที่๘ อยูรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุขและปฏิบัติตนเปนสมาชิกที่ดีของ สังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเป นประมุข

ตัวอยางตัวบ

งชี้

 

 

 

ตัวอยางสภาพที่พึงประสงค



 

 

 

 

๓

ขวบ

๔ ขวบ

 

 

 

 

๕ ขวบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๑

 

 

 

เริ่มรูจักรอคอย

รูจักรอคอย

 

 

 

รอคอยตามลําดับกอน-หลังได

 

 

เลนและทํ างานรวมกับผู อื่นได 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เริ่มเลนกับเด็กอื่น

เลนรวมกับเด็กอื่นได



เลนหรือทํ างานรวมกันเป นกลุมได

ตัวบงชี้ที่ ๒

 

 

 

เริ่มปฏิบัติตาม

ปฏิบัติตามขอตกลงร

วมกัน

 

ปฏิบัติตนเบื้องตนในการเป

น

ขอตกลงง

ายๆ

เริ่มรูจักการเป

นผูนํา

 

เปนผูนําผูตามที่ดี

สมาชิกที่ดีของสังคมใน

 

 

 

 

ระบอบประชาธิปไตยอันมี

 

 

ผูตาม

 

 

 

 

 

 

 

 

พระมหากษัตริยทรงเป

นประมุข

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๑๓ ตค ๔๖

๓๕

มาตรฐานที่๙

ใชภาษาสื่อสารได

เหมาะสมกับวัย

 

 

 

 

 

 

ตัวอยางตัวบ

งชี้

 

 

 

 

ตัวอยางสภาพที่พึงประสงค



 

 

 

๓ ขวบ

 

 

๔

ขวบ

 

๕ ขวบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๑

 

สนทนาโตตอบ

/ เลาเรื่อง

สนทนาโตตอบ / เลาเรื่อง

 

สนทนาโตตอบ /

เลาเปน

สนทนาโตตอบ /

 

 

เลาเรื่องให

ผูอื่นเข าใจ

ดวยประโยคสั้น

ๆ

 

 

เปนประโยคอย

างตอเนื่อง

 

เรื่องราวได

 

 

 

 

 

ฟงและปฏิบัติตามคํ าสั่งงายๆ

ฟงแล วปฏิบัติตามคํ าสั่งที่

ฟงแล วนํามาถายทอดได



 

 

 

 

 

 

 

ตอเนื่องได



 

 

 

 

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๒

 

สนใจเรื่องที่ผูอื่นอาน

เปดและทํ าทาอานหนังสือ

 

เปดและทําทาอานหนังสือ

อานเขียนภาพและ

 

สัญลักษณได

 

ใหฟง

 

 

 

 

 

 

 

พรอมทั้งเล

าเรื่องไปด

วย

 

 

 

 

ขีดเขี่ยเสนอย างอิสระได



ขีดเขียนเปนเส นคล าย

 

เขียนชื่อของตนเอง/ คํา/

 

 

 

 

 

 

 

ตัวหนังสือ

 

 

 

ขอความที่ลอกแบบหรือจํ ามา

มาตรฐานที่๑๐

มีความสามารถในการคิดและการแกปญหาไดเหมาะสมตามวัย

ตัวอยางตัวบ

งชี้

 

ตัวอยางสภาพที่พึงประสงค



๓ ขวบ

๔ ขวบ

 

 

๕ ขวบ

 

 

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๑

 

จําแนกสิ่งของไดตามสี

จําแนกสิ่งของไดตามสี

 

จําแนกสิ่งของไดตามสี

มีความคิดรวบยอด

 

ในการเรียนรูสิ่งต างๆ

รูปทรง

รูปทรง ขนาด

 

 

รูปทรง ขนาด นํ้าหนัก

ตัวบงชี้ที่ ๒

 

ขอความชวยเหลือเมื่อมีพยายามแกปญหาด

วย

 

พยายามหาวิธีแกปญหาด วยตนเอง

แกปญหาในการเลน

 

หรือทํากิจกรรมตางๆ

ปญหา

ตนเองหลังจากไดรับคําชี้แนะ

 

 

 

 

เริ่มตัดสินใจในเรื่อง

รูจักตัดสินใจในเรื่องงายๆ

 

ตัดสินใจในเรื่องงายๆและ

 

 

งายๆ

และเริ่มเรียนรูผลที่เกิดขึ้น

 

ยอมรับผลที่เกิดขึ้น

๑๓ ตค ๔๖

๓๖

มาตรฐานที่๑๑

มีจินตนาการและความคิดสรางสรรค



 

 

 

 

ตัวอยางตัวบ

งชี้

 

ตัวอยางสภาพที่พึงประสงค



 

 

๓ ขวบ

๔ ขวบ

 

 

 

๕ ขวบ

 

 

 

 

 

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๑

 

สรางผลงานตาม

สรางผลงานตามความคิดของ

สรางผลงานตามความคิดของตนเอง

ทํางานศิลปะตามความคิดของ

ตนเอง

 

ความคิดของตนเอง

ตนเองโดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น

โดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นและแปลกใหม

ตัวบงชี้ที่ ๒

 

แสดงทาทางตาม

แสดงทาทางตามความคิด

แสดงทาทาง

เลนบทบาทสมมติ

แสดงทาทางตามความคิดของ

ตนเอง

 

จินตนาการ

จินตนาการอยางอิสระ

ตามจินตนาการและความคิดสราง

 

 

 

 

 

สรรค

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๓

 

เลาเรื่องตามจินตนาการ

เลานิทานหรือ

 

เลานิทาน

เลาสิ่งที่ตนคิด

หรือ

เลาเรื่องราวหรือนิทานตามความ

 

คิดของตนเอง

 

 

เรื่องราวตามจินตนาการได

เลาเรื่องราวตามจินตนาการได

 

มาตรฐานที่๑๒

มีเจตคติที่ดีตอการเรียนรู และมีทักษะในการแสวงหาความรู

 

ตัวอยางตัวบ

งชี้

 

 

ตัวอยางสภาพที่พึงประสงค



 

 

 

 

๓ ขวบ

๔

 

ขวบ

 

๕ ขวบ

 

 

 

 

 

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๑

 

รวมกิจกรรมดวยความ

รวมกิจกรรมดวยความสนใจ

 

รวมกิจกรรมด

วยความสนใจ

สนใจเรียนรูสิ่งตางๆ

 

รอบตัว

 

สนใจระยะเวลาสั้นๆ

ไดนานขึ้นอย

างมีความสุข

 

ตั้งแตตนจนจบอย

างมีความสุข

 

 

มีความสนใจชอบใหอาน

มีความสนใจในการอาน

 

รักหนังสือและมีความสนใจใน

 

 

หนังสือใหฟง

เขียน

 

 

 

การอาน เขียน

 

 

ตัวบงชี้ที่ ๒

 

ใชคําถามได

ถามคําถามเกี่ยวกับเรื่องที่

 

ถามคําถาม / แสดงความคิด

แสวงหาคําตอบดวย

 

วิธีการที่หลากหลาย

 

 

สนใจ

 

 

 

เห็นเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจ

 

 

 

แสวงหาคําตอบ/ขอสงสัย

แสวงหาคําตอบ/ขอสงสัย

 

แสวงหาคําตอบ/ขอสงสัย

ดวย

 

 

ตางๆ

 

ดวยวิธีการต

างๆ

 

วิธีการตางๆที่หลากหลาย

 

 

 

เริ่มเชื่อมโยงความรูและ

เชื่อมโยงความรูและทักษะ

 

เชื่อมโยงความรูและทักษะต างๆ

 

 

ทักษะตางๆใชในชีวิตประจํ าวัน

ตางๆใชในชีวิตประจํ าวันได

 

ใชในชีวิตประจํ าวันไดดี

 

๑๓ ตค ๔๖

๓๗

๒.๒ โครงสรางหลักสูตร

๒.๒.๑ สาระการเรียนรูรายป 

การกําหนดสาระการเรียนรูรายป  สถานศึกษาสามารถทําไดโดยยึดจุดหมายหรือ มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย(หลักสูตรแกนกลาง)เปนหลัก ในการกําหนดสาระการเรียนรูรายป 

สาระการเรียนรูประกอบดวย สาระที่ควรเรียนรูและประสบการณ สําคัญ ผูจัดทํา หลักสูตรสถานศึกษาจะตองวางแผนลวงหนาวาเด็กแตละชวงวัยควรจะเรียนรูอะไรและดวย ประสบการณสําคัญใดบางเพื่อใหบรรลุมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคตามที่สถานศึกษา กําหนด โดยอาศัยความรูความเข าใจในคุณลักษณะตามวัย/พัฒนาการของเด็กปฐมวัย หลักการจัด การศึกษาปฐมวัยและประสบการณของผู สอน มาชวยกํ าหนดสาระที่ควรเรียนรูรายปแยกตามชวง อายุ๓ ขวบ ๔ ขวบ ๕ ขวบ ทั้งนี้ขึ้นอยูกับระดับอายุที่สถานศึกษาจัดอยู และกําหนด ประสบการณสําคัญที่คาดวาเด็กควรจะไดเรียนรูสาระตางๆผานประสบการณสําคัญนั้นๆ ทั้งนี้ ผูจัดทําหลักสูตรควรตรวจสอบสาระที่ควรเรียนรูอีกครั้งว าครอบคลุมหัวเรื่องที่ระบุไวในหลักสูตร แลวหรือไม และทําเชนเดียวกับประสบการณสําคัญ

๑๓ ตค ๔๖

๓๘

 

 

 

 

ตัวอยางตารางการวิเคราะห

สาระการเรียนรู รายป สําหรับเด็ก๔ขวบ

 

 

 

 

 

 

 

พัฒนาการ

มาตรฐาน

ตัวอยาง

 

 

ตัวอยาง

ตัวอยางสาระการเรียนรู 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัวบงชี้

 

 

สภาพที่พึงประสงค

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๔

ขวบ

สาระที่ควรเรียนรู

ประสบการณสําคัญ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ระบุ

 

 

 

นํามาตรฐานที่ระบุใน

ระบุตัวบงชี้ที่จะเป

น

ระบุสภาพที่

กําหนดสาระที่ควรเรียนรู

กําหนดประสบการณ

 

พัฒนาการวา

จุดหมายของ

ตัววัดเพื่อใหเกิด

 

 

พึงประสงคหรือ

สําหรับเด็กโดยยึด

 

สําคัญที่คาดวาเด็กจะ

 

เปนดานใด

 

หลักสูตรมาใสโดย

มาตรฐาน(ไดจากการ

ความสามารถหรือ

มาตรฐานคุณลักษณะ

 

ไดใชประสบการณ

นั้น

 

อาทิ

 

 

 

พิจารณาใหตรงกับ

ที่บุคลากรใน

 

 

พฤติกรรมของเด็ก

ที่พึงประสงคและ

 

ในการเรียนรูสาระ

 

 

 

 

พัฒนาการ

 

พัฒนาการเชน

สถานศึกษารวมกัน

 

แตละวัย

โดยให

ตัวบงชี้ที่สถานศึกษา

 

ตางๆที่กลาวมาแล

ว

 

ดานรางกาย /

ในชองแรกระบุ

กําหนดจากมาตรฐาน

สอดคลองกับ

กําหนดเปนหลัก และเมื่อ

เทานั้น(ไมจําเปนตอง

 

พัฒนาการ

 

พัฒนาการดาน

ของหลักสูตร)

 

 

ตัวบงชี้ที่กําหนดไววิเคราะหครบทุก

 

ทุกประสบการณ

 

 

 

ดานอารมณ



รางกาย ในชอง

 

 

 

แลว

 

มาตรฐานแลวควรจะได



สําคัญแตเมื่อเด็กได



 

และจิตใจ/

 

มาตรฐานควรนํา

 

 

 

 

 

ตรวจสอบใหครอบคลุม

เรียนรูตลอดป

แลวเด็ก

 

พัฒนาการ

 

มาตรฐานที่ระบุไวใน

 

 

 

 

 

สาระที่หลักสูตรกําหนด

ไดผานประสบการณ



 

ดานสังคม

/

 

จุดหมายขอ๑หรือ๒

 

 

 

 

 

ไวทั้ง๔เรื่อง(อนึ่งสาระ

สําคัญทุกขอ)โดยนํามา

 

พัฒนาการ

 

มาใสใหตรงกัน

 

 

 

 

 

ที่ควรเรียนรูไมจําเปน

 

จากหลักสูตรแกน

 

 

 

 

 

ดานสติป

ญญา

 

 

 

 

 

 

ตองมีครบทุกมาตรฐาน

 

กลางซึ่งไดจัดกลุ ม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถาไมสามารถกํ าหนด

 

ประสบการณสําคัญไว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สาระไดใหเวนไว แตตอง

ภายใตพัฒนาการแต

ละ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กําหนดประสบการณ

ดานดังนั้นตองให 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สําคัญ)

 

สอดคลองกับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พัฒนาการที่กําหนดไว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในชองแรกของตาราง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การวิเคราะห

 

 

 

 

 

๑๓ ตค ๔๖

๓๙

ตัวอยางสาระการเรียนรู รายปสําหรับเด็ก ๔ ขวบ

พัฒนาการ

มาตรฐาน

ตัวบงชี้

สภาพที่พึงประสงค

 

สาระการเรียนรู

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๔ขวบ

 

สาระที่ควรเรียนรู

ประสบการณสําคัญ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดานรางกาย

 

มาตรฐานที่๑

ตัวบงชี้ที่ ๑

๑.รับประทานอาหารที่๑

.อาหารที่มี

๑.การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย

 

 

รางกายเจริญเติบโต

รูจักรักษาสุขภาพ

 

 

ตามวัยและ

 

อนามัยและความ

มีประโยชนไดบางชนิด

 

ประโยชน

 

 

 

 

 

มีสุขนิสัยที่ดี

ปลอดภัย

๒.ลางมือหลังจากใช๒.ความสะอาดของ

 

 

 

 

 

 

 

 

หองนํ้ าหองส วม

รางกาย

๒.การรักษาความปลอดภัย

 

 

 

 

 

๓. ระมัดระวังความ

๓.ความปลอดภัย

 

 

 

 

 

ปลอดภัยของตนเอง

 

ของตนเองและผูอื่นในกิจวัตร

 

 

 

 

 

 

ประจําวัน

 

 

 

 

 

 

 

และผูอื่น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดานอารมณ



มาตรฐานที่๔

ตัวบงชี้ที่ ๑

รับผิดชอบงานที่ไดรับ

ความรับผิดชอบ

การเลนในห

องเรียนและ

และจิตใจ

 

มีคุณธรรม

 

มีวินัยในตนเองและ

 

 

จริยธรรมและมี

มีความรับผิดชอบ

มอบหมายจนสําเร็จ

ในหองเรียน

นอกหองเรียน

 

 

 

จิตใจที่ดีงาม

 

 

 

 

 

 

 

ดานสังคม

 

มาตรฐานที่๖

ตัวบงชี้ที่ ๑

๑.แตงตัวไดดวยตนเอง

๑.การแตงกาย

การปฏิบัติกิจวัตรประจําวัน

 

 

ชวยเหลือตนเองได

ปฏิบัติกิจวัตรประจําวัน

 

 

เหมาะสมกับวัย

ไดดวยตนเอง

๒.รับประทานอาหาร

๒.การรับประทาน

ของตนเอง

 

 

 

 

 

 

 

ไดดวยตนเองไมหก อาหาร

 

 

 

 

 

 

 

 

เลอะเทอะ

 

 

 

 

ดาน

 

มาตรฐานที่๑๐

ตัวบงชี้ที่ ๑

จําแนกสิ่งของไดตามสี

๑. สี

๑.การรูจักสิ่งต

างๆด วยการ

สติปญญา

 

มีความสามารถใน

มีความคิดรวบยอดใน

 

 

การคิดและ

 

การเรียนรูสิ่งต างๆ

รูปทรงขนาด

๒.รูปทรงเรขาคณิต

มองฟงสัมผัสชิมรสและ

 

 

แกปญหาได



 

 

 

๓.ขนาดใหญ-เล็ก

ดมกลิ่น

 

 

 

 

เหมาะสมกับวัย

 

 

 

 

๒.การจับคูการจําแนกและ

 

 

 

 

 

 

 

 

การจัดกลุม

 

เมื่อไดโครงสร างหลักสูตรเป นรายป แลวกอนนํ าไปจัดประสบการณในห องเรียน ควรนําสาระการเรียนรูรายป ที่วิเคราะห ไวพรอมกับมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค หรือตัวบ งชี้ ในแตละพัฒนาการมาจัดเป นหน วยการจัดประสบการณ ตลอดป ในกรณีที่สถานศึกษาใชรูปแบบ การจัดประสบการณแบบหน วย (Unit) เพื่อสะดวกในการจัดประสบการณแตละสัปดาห  เมื่อกําหนดหนวยการจัดประสบการณ ตลอดป แลว เปนหน าที่ของผู สอนในแต ละชั้นเรียนจัดทํ า

๑๓ ตค ๔๖

๔๐

แผนการจัดประสบการณของตน ซึ่งจะนําไปสูรายละเอียดของการสอนในแตละชั้น (ดูรายละเอียด วิธีการในบทที่๕การเขียนแผนการจัดประสบการณ)

๒.๒.๒กําหนดเวลาเรียน

เวลาเรียนสําหรับเด็กปฐมวัยจะขึ้นอยูกับสถานศึกษาแต ละแห งสวนใหญ จะจัด ๒ ภาคเรียน : ๑ ปการศึกษา หรือ ๒๐๐ วัน : ๑ ปการศึกษา ในแตละวันจะใช เวลา ๕-๖ ชั่วโมง โดยประมาณ

เมื่อสถานศึกษาปฐมวัยกําหนดโครงสรางหลักสูตรแตละชวงอายุ อันประกอบ ดวยมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค ตัวบงชี้และสภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรูรายป  และเวลาเรียนแลว เพื่อใหเด็กบรรลุจุดหมายหรือมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค ตามที่ หลักสูตรกําหนด ผูสอนควรคํ านึงถึงพัฒนาการตามวัยของเด็กเปนสําคัญ เพราะประสบการณที่ เด็กไดรับบางอย างอาจตองใชเวลา มาตรฐานบางขออาจไม ปรากฏชัดเจนในชวงอายุ๓ ขวบหรือ ๔ขวบ แตอาจไปปรากฏชัดเจนในช วงอายุ๕ขวบ นอกจากนี้สาระที่ควรเรียนรูทั้ง๔ เรื่องใน แตละป ควรยึดหลักการเรียนรู เรื่องที่อยูใกลตัวเด็กกอน ควรประกอบดวยสาระที่ควรเรียนรู ตาม หลักสูตรแกนกลางและสาระที่ควรเรียนรูอันเกิดจากความสนใจของเด็กปฐมวัยซึ่งผูสอนไมได วางแผนไวลวงหนา ดังนั้นสถานศึกษาปฐมวัยจึงสามารถยืดหยุนสาระที่ควรเรียนรู นอกเหนือ จากที่กําหนดไวในหลักสูตรแกนกลางได และควรใหเด็กเรียนรู ผานประสบการณสําคัญตามที่ หลักสูตรกําหนดโดยจัดในรูปกิจกรรมตางๆในแต ละวัน

๒.๓ การจัดประสบการณการจัดประสบการณสําหรับเด็กปฐมวัย มีรูปแบบและ วิธีการที่หลากหลาย ทั้งนี้ผูสอนต องพิจารณาถึงแนวการจัดประสบการณ ที่หลักสูตรแกนกลาง กําหนด โดยคํานึงถึงพัฒนาการดานร างกาย อารมณจิตใจ สังคม และ สติปญญา รวมทั้งความ

สนใจ ความสามารถ และสภาพแวดลอมของเด็กปฐมวัยเป นหลักในการกําหนดหนวยการจัด ประสบการณและแผนการจัดประสบการณ ซึ่งจะกลาวต อไปในบทที่๕

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยควรกําหนดการจัดประสบการณสําหรับเด็กปฐมวัยแตละ ชวงอายุให สอดคล องกับจิตวิทยาพัฒนาการ คือ เหมาะกับอายุวุฒิภาวะ ระดับพัฒนาการ และ ลักษณะการเรียนรูของเด็ก ทั้งนี้เด็กปฐมวัยจะเรียนรูผานประสาทสัมผัสทั้งห า มีโอกาส ลงมือกระทําเคลื่อนไหว สํารวจ สังเกต ทดลอง เลนสืบคน คิดแกปญหาด วยตนเอง ผูสอน ตองกํ าหนดการจัดประสบการณใหเห็นเป นรูปธรรมในหลักสูตรสถานศึกษาของตน

๒. ๔ การสรางบรรยากาศการเรียนรู เปนหน าที่ของผูจัดทําหลักสูตรสถานศึกษา ปฐมวัยจะกําหนดสภาพแวดลอมทั้งภายใน ภายนอกหองเรียน ที่ชวยสร างบรรยากาศการเรียนรูให เกิดกับเด็ก ผูสอนสามารถเขียนแผนการจัดสภาพแวดล อมภายในหองและสภาพแวดลอมภาย

๑๓ ตค ๔๖

๔๑

นอกหองของสถานศึกษาปฐมวัย พรอมทั้งเขียนคํ าอธิบายประกอบ ซึ่งแผนผังสภาพแวดลอม สามารถจัดทําไดหลายรูปแบบ โดยคํานึงถึงหลักการจัดสภาพแวดลอมในสถานศึกษาปฐมวัยที่ ใหมีทั้งมุมเล น/ศูนยเลนตางๆ นอกจากนี้การสรางบรรยากาศการเรียนรู ทางด านจิตภาพถือว ามี ความสําคัญไมยิ่งหย อนไปกว าสภาพแวดล อมทางกายภาพ หลักสูตรสถานศึกษาควรเขียนใหเห็น เปนรูปธรรม เพื่อเปนแนวทางสํ าหรับผูสอนจะได ถือเป นหลักปฏิบัติในสถานศึกษาของตน

๒.๕ สื่อและแหลงการเรียนรู การจัดการศึกษาปฐมวัยตองอาศัยสื่อและแหล งการเรียนรู  เพื่อใหเด็กปฐมวัยได พัฒนาตามจุดหมายของหลักสูตร ผูสอนในระดับปฐมวัยควรจัดเตรียมสื่อและ แหลงการเรียนรู อยางหลากหลายที่มีอยูในทองถิ่น ชุมชน และแหลงอื่นๆ เนนสื่อที่ เหมาะกับวัย พัฒนาการของเด็ก รวมทั้งบริบทของสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยูอาจจัดทําและพัฒนาสื่อการ เรียนรูขึ้นเอง หรือนําสื่อตางๆที่มีอยูรอบตัวเด็กมาใชใหเปนประโยชน

๒.๖ การประเมินพัฒนาการ สถานศึกษาปฐมวัยมีหนาที่จัดทํ าแนวปฏิบัติในการ ประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยใหทุกฝ ายถือปฏิบัติร วมกัน โดยใหสอดคล องกับการประเมิน พัฒนาการที่ระบุไวในหลักสูตรแกนกลางซึ่งให หลักการดังนี้

๒. ๖.๑ ประเมินพัฒนาการของเด็กครบทุกดานและนํ าผลมาพัฒนาเด็ก ๒. ๖.๒ ประเมินเปนรายบุคคลอย างสมํ่าเสมอตอเนื่องตลอดป

๒. ๖.๓ สภาพการประเมินควรมีลักษณะเชนเดียวกับการปฏิบัติกิจกรรมประจํ าวัน ๒. ๖.๔ ประเมินอยางเป นระบบ มีการวางแผนเลือกใชเครื่องมือและจดบันทึกไว เปนหลักฐาน ๒. ๖.๕ประเมินตามสภาพจริงดวยวิธีการหลากหลายเหมาะกับเด็ก รวมทั้งใชแหล ง

ขอมูลหลายๆด าน ไมควรใช การทดสอบ วิธีการประเมินที่เหมาะสมที่สุดและควรใชกับเด็กปฐมวัย คือ การสังเกตและบันทึกขอมูล

เก็บไวในรูปแบบต างๆ เชนแบบบันทึกสั้น แบบสังเกต แบบมาตรวัดประมาณคาฯลฯ ควรเก็บขอมูล อยางเป นระบบ อาจทําในรูปแบบของแฟมผลงานเด็ก ทั้งนี้ขึ้นอยูกับการกํ าหนดรวมกันของบุคลากรที่ เกี่ยวของกับการจัดทํ าหลักสูตรสถานศึกษา

๒.๗ การบริหารจัดการหลักสูตร กําหนดวิธีการนําหลักสูตรไปใชตลอดจนการ สงเสริม สนับสนุน เพื่อใหการจัดการศึกษาปฐมวัยในสถานคึกษาบรรลุผล เด็กมีคุณภาพตามมาตรฐาน ที่กําหนด

๑๓ ตค ๔๖

๔๒

๓. ตรวจสอบหลักสูตรของสถานศึกษาปฐมวัย เมื่อสถานศึกษาดําเนินการจัดทํา

หลักสูตรสถานศึกษาเสร็จแลวควรกําหนดใหมีการประเมินกอนนําหลักสูตรไปใชอาจใหผูเชี่ยวชาญ หรือผูทรงคุณวุฒิทางการศึกษาปฐมวัยตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตร องคประกอบต างๆของ หลักสูตรที่จัดทําแลวประเมินระหว างดําเนินการใชหลักสูตรเพื่อตรวจสอบวานําไปใชไดดีเพียงใด ควรปรับปรุงแกไขเรื่องใด และประเมินหลังการใชหลักสูตรครบแต ละชวงอายุ๓ ขวบ ๔ ขวบ ๕ ขวบ เพื่อสรุปผลหลักสูตรที่จัดทําและจะไดปรับปรุงพัฒนาใหดีขึ้น

แนวทางการตรวจสอบวิสัยทัศนของหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

๑) วิสัยทัศนมีความสอดคล องกับสภาวะปจจุบันหรือไม ๒) วิสัยทัศนที่กําหนดไดจากการสํารวจความคิดเห็นของผูเกี่ยวของหรือไม ๓) วิสัยทัศนแสดงสิ่งที่ต องการในอนาคตหรือไม ๔) วิสัยทัศนมีกําหนดเวลาหรือไม

๕) วิสัยทัศนสอดคล องกับปรัชญาการศึกษาที่หลักสูตรแกนกลางกํ าหนดไวหรือไม  ฯลฯ

แนวทางการตรวจสอบภารกิจของหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

๑) ภารกิจมีขอกําหนดที่สะทอนความคิดด านการจัดการศึกษาปฐมวัยหรือไม  ๒) ภารกิจสะทอนการปฏิบัติงานของสถานศึกษาและชุมชนหรือไม  ๓) ภารกิจสอดคลองกับวิสัยทัศน หรือไม 

ฯลฯ

แนวทางการตรวจสอบเปาหมายของหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

๑) เปาหมายสอดคล องกับวิสัยทัศนและภารกิจในการจัดการศึกษาปฐมวัยหรือไม ๒) เปาหมายมีความชัดเจนและสอดคล องกับจุดหมายหรือมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค

ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยมากนอยเพียงใด ฯลฯ

แนวทางการตรวจสอบสาระการเรียนรูรายป ของหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

๑) สาระการเรียนรูรายป ที่กําหนดครอบคลุมสาระที่ควรเรียนรู๔เรื่อง และประสบการณสําคัญทุกขอสอดคลองกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยหรือไม 

๒) สาระการเรียนรูรายป ที่กําหนดเหมาะกับชวงอายุของเด็กปฐมวัยหรือไม ๓) สาระการเรียนรูรายป ที่กําหนดตอบสนองจุดหมายหรือมาตรฐานคุณลักษณะ

ที่พึงประสงคของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยมากน อยเพียงใด ฯลฯ

๑๓ ตค ๔๖

๔๓

แนวทางการตรวจสอบการจัดประสบการณและการสร างบรรยากาศการเรียนรู ของ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

๑) สถานศึกษาจัดประสบการณพัฒนาเด็กในแต ละช วงอายุเหมาะสมกับวัยและ วุฒิภาวะของเด็กมากนอยเพียงใด

๒) สถานศึกษาตอบสนองความตองการ ความสนใจของเด็กมากนอยเพียงใด ๓) สถานศึกษากําหนดรูปแบบการจัดประสบการณที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก

สอดคลองกับปรัชญาการศึกษาปฐมวัย หลักการ และแนวการจัดประสบการณของหลักสูตร การศึกษาปฐมวัยหรือไม

๔) สถานศึกษากําหนดสภาพแวดลอมภายในภายนอกและสรางบรรยากาศที่เอื้อ ตอการเรียนรู และพัฒนาเด็กชัดเจนมากนอยเพียงใด

๕) สถานศึกษาจัดบรรยากาศการเรียนรูของสถานศึกษาสอดคล องกับปรัชญา การศึกษาปฐมวัยของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยหรือไม

ฯลฯ

แนวทางการตรวจสอบการประเมินพัฒนาการเด็กของหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

๑) สถานศึกษากําหนดวิธีการประเมินพัฒนาการเด็กสอดคลองกับหลักการประเมิน ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยหรือไม

๒) สถานศึกษาเนนการประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงมากน อยเพียงใด ๓) สถานศึกษากําหนดวิธีการแสดงหลักฐานการเรียนรูพัฒนาการและ

การสะทอนตนเองของเด็กชัดเจนหรือไม  ฯลฯ

๑๓ ตค ๔๖

การสอนตามแนวคิดวอลดอรฟ(Waldorf)

๔๔

บทที่๔

การจัดประสบการณ

การจัดประสบการณสําหรับเด็กปฐมวัย ๓-๕ ปจะไมจัดเป นรายวิชา แตจัดในรูปของ กิจกรรมบูรณาการผานการเล นเพื่อใหเด็กได รับประสบการณ ตรง เกิดการเรียนรูไดพัฒนาทั้งด าน รางกาย อารมณจิตใจ สังà¸