Share PDF

Search documents:
  Report this document  
    Download as PDF   
      Share on Facebook

งานวิจัยในชั้นเรียน

เรื่อง การเลานิทานประกอบภาพเพื่อพัฒนาการปฏิบัติกิจกรรม เสริมประสบการณของนักเรียนชั้นอนุบาล ๑/๑

ผูวิจัย

ครูปราณีเกตุแกว

กลุมสาระการเรียนรู กิจกรรมเสริมประสบการณและกิจกรรมเสรี

ชั้นอนุบาลปที๑/๑ ภาคเรียนที่๒ ปการศึกษา ๒๕๔๗

งานวิจัยในชั้นเรียน

เรื่อง การเลานิทานประกอบภาพเพื่อพัฒนาการปฏิบัติกิจกรรม เสริมประสบการณของนักเรียนชั้นอนุบาล ๑/๑

ผูวิจัย ครูปราณีเกตุแกว

กลุมสาระการเรียนรู กิจกรรมเสริมประสบการณและกิจกรรมเสรี ชั้นอนุบาลปที๑/๑ ภาคเรียนที่๒ ปการศึกษา ๒๕๔๗

โดยไดรับความเห็นชอบจาก

………………………. ประธาน

(ภราดาจักรกรีอินธิเสน)

ประกาศคุณูปการ

วิจัยในชั้นเรียนฉบับนี้สําเร็จไดดวยดีเพราะได

รับความร

วมมือจากผู ปกครองของเด็กชายธน

รัตนรุจิโรจนสกุล

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ ทานอาจารย

ใหญ ภราดา จักรกรีอินธิเสน

รองผูอํานวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ

ระยอง ที่ใหโอกาสในการทําวิจัยในชั้นเรียนฉบับนี้

ใหมีคุณประโยชน

แกการพัฒนาเด็กให

มีความ

พรอมในด

านต างๆ ตรงตามคุณลักษณะที่พึงประสงคในการจัดกิจกรรมและผู ที่เกี่ยวข

องทุกท

าน คุณ

คาและประโยชนของงานวิจัยฉบับนี้ขอมอบเปนวิทยาทานแกผูที่นําไปปฏิบัติกับเด็กที่มีปญหาใหมี พัฒนาการในการปรับพฤติกรรมในการมาโรงเรียนและเขารวมกิจกรรมรุงอรุณอยางมีความสุข เพื่อ เตรียมความพรอมด านวินัยในตนเอง ความรับผิดชอบ การควบคุมตนเอง มีเหตุผลในระดับหนึ่ง

ครูปราณี เกตุแกว ผูวิจัย

กลุมสาระการเรียนรู ในการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณและกิจกรรมเสรี โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง

ชื่องานวิจัย การเลานิทานประกอบภาพเพื่อพัฒนาการปฏิบัติกิจกรรมเสริมประสบ การณของนักเรียนชั้นอนุบาล ๑/๑

ชื่อผูวิจัย ครูปราณีเกตุแกว กลุมสาระการเรียนรู กิจกรรมเสริมประสบการณและกิจกรรมเสรี

บทคัดยอ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาขั้นพัฒนาการการปรับพฤติกรรมจากการฟงโดยใช กิจกรรมเสริมประสบการณและกิจกรรมเสรี โครงการรักการอาน กิจกรรมรุงอรุณของนักเรียนชั้น อนุบาล ๑/๑ โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง

เครื่องมือที่ใชในการวิจัยในครั้งนี้ ไดแกแบบสังเกตประเมินกอนเล านิทานและหลังเล า นิทาน วิธีดําเนินการในการวิจัยในครั้งนี้ไดดําเนินการในภาคเรียนที่ ๑ ปการศึกษา ๒๕๔๗ ใช ระยะเวลาตั้งแตเดือนพฤษภาคม -เดือนกันยายน ๒๕๔๗ ในกิจกรรมเสริมประสบการณ๑๕ นาทีและกิจกรรมเสรี๑๕ นาทีของทุกวัน โครงการรุงอรุณ ๑๐ นาที(ทุกวันศุกร)โครงการรัก การอานยืมหนังสือนิทานกลับบ าน(จันทร-พฤหัส) มีการประเมินกอนและหลังการจัดกิจกรรม นํา ผลมาหาคารอยละ ประชากรที่ใชในการวิจัย ไดแกนักเรียนชั้นอนุบาล ๑/๑ จํานวน ๓๐ คน

ผลการวิจัย พบวา

1.จากการเปรียบเทียบกอนและหลังในการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ และกิจกรรม เสรีกอนเล านิทานและหลังเลานิทานในการปรับพฤติกรรมการมาโรงเรียน ปรากฏวานักเรียนมี การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไดดีตามเกณฑ ที่เกิดขึ้นกับนักเรียนอยางเห็นไดชัดเจน

2.ขอเสนอแนะในการปรับปรุง ควรมีการศึกษากรณีศึกษานักเรียนที่มีความบกพรอง ทางดานกล ามเนื้อและสมาธิจากการทํา IEP ในภาคเรียนที่๒ ของเด็กชายพลภูมิวุนสะยุคะ ตอไป

แบบฟอรมรายงานการวิจัยชั้นเรียน ปการศึกษา 2547

ชื่องานวิจัย การเลานิทานประกอบภาพเพื่อพัฒนาการปฏิบัติกิจกรรมเสริมประสบ การณของนักเรียนชั้นอนุบาล ๑/๑

ชื่อผูวิจัย ครูปราณีเกตุแกว กลุมสาระการเรียนรู  กิจกรรมเสริมประสบการณและกิจกรรมเสรี

เคาโครงการทําวิจัยในชั้นเรียน

9มี

ไมมี

ที่มาความสําคัญของการวิจัย

9มี

ไมมี

ออกแบบเก็บขอมูล

9เสร็จ

ไมเสร็จ

แปลผลและอภิปรายผล

9เสร็จ

ไมเสร็จ

สรุปเปนรูปเล

ม

9เสร็จ

ไมเสร็จ

(ครูปราณี เกตุแกว) ผูวิจัย

เรื่อง การเลานิทานประกอบภาพเพื่อพัฒนาการปฏิบัติกิจกรรมเสริมประสบการณ ของนักเรียน ชั้นอนุบาล ๑/๑

ความสําคัญ

ในปจจุบันเปนยุคของเทคโนโลยีและขาวสารขอมูลทําใหโลกไรพรมแดน สามารถติดตอ สัมพันธกันไดรวดเร็ว ฉะนั้นการพัฒนาประชากรจึงตองคํานึงถึงแนวโนมความเปลี่ยนแปลงของ สังคมและใหสอดคลองกับสภาพแวดลอมในอนาคต การพัฒนาดานหนึ่งที่มีความสําคัญขั้นพื้นฐาน คือ การรูจักฟ งและสามารถโตตอบโดยการสรางมโนทัศนจากการฟง เปนการพัฒนาทักษะกระบวน การคิดและการเรียนรูในการสื่อสาร ดังที่มีนักการศึกษา เปยเจท (Hayaxawa. 1972:146; citing Piaget. 1962. The Language and Thought of the Child) ไดกลาวไววา การฟงและการใช ภาษาเปนความคิดที่ มีความสัมพันธกันการฟ ง เมื่อภาษาตองอาศัยสื่อในการสร างมโนทัศนในการแสดงออกทางดานภาษา ซึ่งตองใช ทั้งศาสตรและศิลปในการพัฒนาการ ทักษะทั้ง 4 ดาน คือ การฟงพูด อานและเขียน ที่ พัฒนาไปพรอม ๆ กัน สรางวินัยในตนเอง มีความรับผิดชอบ การควบคุมตนเอง มีเหตุผลในระดับ หนึ่ง

ดังนั้น การฟงนิทานประกอบภาพเป นทักษะหนึ่งใน 4 ทักษะที่มีความสําคัญและจําเปนอย าง ยิ่งตอการดําเนินชีวิต จากการฟงการถ ายทอดความเขาใจความคิดความรูสึกและความตองการโดยผาน สื่อ (การฟงนิทานประกอบภาพ ) ในการพัฒนาภาษาควรเริ่มตั้งแตเด็กปฐมวัย เพราะเด็กในวัย 3 – 6 ป เปนวัยที่มีพัฒนาการทางภาษาและการปรับพฤติกรรมไดอยางรวดเร็วในดานวินัย ความรับผิดชอบ การควบคุมตนเอง มีเหตุผล จากการฟงนิทานประกอบภาพของเด็กเป นการปรับพฤติกรรม จากตัว ละครในเรื่อง ในการใชเหตุผลของตัวละครที่มีพฤติกรรมในทางลบและทางบวกสอดแทรกใหเด็ก เรียนรูจากการฟงและลบลางทัศนคติที่ไมดีลงไดสรางภาพพจนอันพึงประสงคในดานความมีวินัย ความรับผิดชอบ ควบคุมตนเอง มีเหตุผล ระหวางบ านกับโรงเรียนเด็กไดรับรูและเขาใจในกิจกรรมที่ หลากหลาย ในดานพฤิตกรรมที่ดีของตัวละครในนิทานพื้นฐานจะเปรียบได กับการฉีดวัคซีนปองกัน โรคตางๆ เพื่อเปนภูมิคุ มกันในวัยตอไป ในอนาคตไมวาเด็ก ๆ จะตองพบกับสภาพของสังคมที่เปลี่ยน

ไปอยางไร จะสามารถเรียนรูและเผชิญกับป ญหาได เพื่อปรับตัวให เขากับสภาวะแวดล อมเหล านั้นได  สามารถแกปญหาและสามารถดํารงชีวิตได อยางเป นสุข มีวินัย ความรับผิดชอบ ควบคุมตนเองและมี เหตุผล

จากสภาพปญหานี้ ผูวิจัยได พบเด็กโดยรวมในวัย 3-4 ปในระยะแรกในการปรับตัวเขาเรียนใน โรงเรียนเด็กๆไมไดรับประสบการณในดานการปรับตัวและการฟงไมไดรับการฝกใหเด็กไดมีเหตุผล

ดังนั้นการนําวิธีการเลานนิทานประกอบภาพมาปรับพฤติกรรมของเด็กในวัยนี้ ซึ่งเปนวัยอยากรู อยาก เห็นและสนใจสิ่งรอบๆตัวตลอดเวลา เพื่อใหเด็กมีแรงจูงใจในการฟ งและโตตอบจากกระบวนทางคิด รวบยอดจากการปรับตัวมาโรงเรียน โดยเปดโอกาสให เด็กไดเปนผูคิดเอง ลงมือปฏิบัติกิจกรรมดวย ตนเองและมีการติดตามประเมินผลดวยตนเอง ถือเปนการจัดกิจกรรมที่เน นเด็กเปนศูนยกลาง ตอบ สนองความตองการความสนใจและความแตกตาง ระหวางบุคคลของเด็กซึ่งจะเปนผลให เด็กมีความ สามารถในการปรับตัวพรอมที่จะฟงและสื่อสารไดอยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในชีวิตจริง ของเด็ก

ดังนั้น ผูวิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาแนวโนมในการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานการฟ งและการปรับ ตัวมาโรงเรียน โดยใชกิจกรรมการฝ กการฟงจากการเลนนิทานประกอบภาพ โครงการรักการอาน กิจ กรรมรุงอรุณ และประเมินผลโดยการประเมินตามสภาพจริง เพื่อใหเด็กมาโรงเรียนอย างมีความสุข มี วินัยในตนเอง มีความรับผิดชอบ การควบคุมตนเองและมีเหตุผล

วัตถุประสงค

1.เพื่อศึกษาขั้นพัฒนาการปรับตัวและการฟงของเด็กปฐมวัย

2.เพื่อศึกษาการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย

สมมติฐานการวิจัย

เพื่อปรับพฤติกรรมใหเด็กมีวินัยในตนเอง มีความรับผิดชอบ ควบคุมตนเอง มีเหตุผลในตน เอง หลังจากการไดรับการปรับพฤติกรรมจากการฟ งนิทานประกอบภาพ โครงการรักการอาน และกิจ กรรมรุงอรุณ

ประโยชนของการวิจัย

1.เพื่อใหเด็กชายธนรัตน รุจิโรจนสกุล ปรับพฤติกรรมการมาโรงเรียนอยางมีความสุข

2.เพื่อใหเด็กชายธนรัตน รุจิโรจนสกุล ปรับพฤติกรรมการเขารวมกิจกรรมตาง ๆ กับเพื่อน และกลาแสดงออกได เหมาะสมกับวัย

ขอบเขตของการวิจัย

1. ประชากร นักเรียนชั้นอนุบาล ๑/๑ จํานวน ๓๐ ตน

2.ตัวแปรที่ศึกษา

-ตัวแปรตน ไดแกการจัดประสบการณสอนโดยการเลานิทานประกอบภาพ โครงการรักการอาน และกิจกรรมรุงอรุณ

-ตัวแปรตาม ไดแกนักเรียนมีวินัยในตนเอง มีความรับผิดชอบ การควบคุมตน เอง และมีเหตุผลในตนเอง หลังจากไดรับการจัดเสริมประสบการณ จากการฟง นิทานประกอบภาพและกิจกรรมตางๆ

กรอบแนวคิดในการวิจัย

 

กอนเล านิทาน

 

 

 

 

 

 

ความรับผิดชอบ

 

 

 

 

 

การรับรูวินัยในตนเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การควบคุมตนเอง

-

หลังเลานิทาน

 

 

ของเด็กปฐมวัย

 

 

 

 

 

 

 

 

ประกอบภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความมีเหตุผล

-

โครงการรักการอาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-

กิจกรรมรุงอรุณ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คํานิยามศัพทเฉพาะ

1.นิทานประกอบภาพ หมายถึง การนําหนังสือนิทานประกอบภาพมาเลาให เด็กฟงใน กิจกรรมเสริมประสบการณ

2.กิจกรรมรุงอรุณ หมายถึง กิจกรรมที่จัดใหเด็กในตอนเช าหลังเคารพธงชาติสวดมนต และเตนออกกําลังกายจะมีกิจกรรมแต ละวันดังนั้น

1.วันจันทรกิจกรรมอบรม

2.วันอังคาร กิจกรรมเลนคณิตศาสตร สลับเกมภาษาไทย

3.วันพุธ กิจกรรมรองเพลง

4.วันพฤหัส กิจกรรมเกมเบ็ดเตล็ดสลับมารยาทไทย

5.วันศุกรกิจกรรมเลานิทานประกอบการแสดงสลับกับการทายป ญหา

3.โครงการรักการอาน หมายถึง กิจกรรมที่ครูจัดหนังสือนิทานใหเด็กยืมไปให คุณพอ คุณแมเลาใหฟงที่บาน สัปดาหละ 4 วัน

4.จํานวนเด็กอนุบาล ๑/๑ หมายถึง เด็กชายอายุตั้งแต๓-๔ ปอยูในระดับอนุบาล ๑

เอกสารที่เกี่ยวของ

จากสภาพความเปนจริงของเด็กปฐมวัยในวันเขาเรียนในวันแรกของเด็กทุกสถานที่ที่เปนโรง เรียนระดับปฐมวัยในวันนั้นเสียงรองไห กับวันเปดเทอมเปนของคูกัน เจาตัวเล็กทั้งหลายจะแผลงฤทธิ์ ทุกกระบวนการที่พอแม จากไปขณะที่ตนเองตองอยูกันคุณครู(ใครก็ไมรูไมคุนเคย) วันที่1 , วันที่2 ก็ ผานไป เด็กจะคิดแผนตางๆ เพื่อไมตองไปโรงเรียนและนานวันเขาแผนการตาง ๆ เริ่มล้ําลึกขึ้นเรื่อย ๆ บางรายถึงขั้นสั่งใหตนเองป วยขณะตื่นนอนเตรียมตัวมาโรงเรียน เพื่อจะไดนอนและวิ่งเล นอยูกับบาน ไมตองไปโรงเรียน สิ่งเหลานี้เด็กจะปรับพฤติกรรมไดจะตองใหเวลาและจัดกิจกรรมประจําวันให เหมาะสมเพื่อสรางความมั่นใจใหกับเด็กในการปรับตัวใหเขากับสภาพแวดลอมที่ดีที่สําคัญเด็ก สามารถปรับตัวอยูในสังคมไดอยางมีคุณภาพ ดังนั้นการฝกหรือการสรางเสริมวินัยในตนเองใหกับ เด็กในวัน3 – 6 ปจึงเปนสิ่งที่สําคัญ

การปลูกฝงวินัยใหกับเด็กปฐมวัยใหรูจักหนาที่การมาโรงเรียนการฟงผูอื่นและการปฏิบัติกิจ กรรมตางๆ ใหเกิดกระบวนการเรียนรู ดวยความมั่นใจ สิ่งที่สามารถสรางความสนใจให ความรูความ เขาใจและการลงมือปฏิบัติปรับพฤติกรรมโดยการใชการเล านิทานประกอบภาพมาชวยปรับพฤติกรรม ใหเด็กอย างสม่ําเสมอในการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณกิจกรรมรุงอรุณ และกิจกรรมโครงการรัก การอาน เด็กมีสวนร วมและไดรับการปฏิบัติจริง ดังงานวิจัยของจันทรดีถนอมคลาย(2539 : 45 – 56) ไดใหการเลานิทานประกอบหุนมือ โดยการใชคําถามก อนเลาและการทดลองเลานิทานเพื่อ พัฒนาความอดทนของเด็กปฐมวัยที่มีสติปญญาแตกต างกัน พบวาเด็กที่ไดฟงการเลานิทานมีความ สามารถพัฒนาในดานต าง ๆ สูงกวาเด็กที่ไม ไดฟงนิทานและงานวิจัยของทัศนียอินทรบํารุง (2539 : 40 – 44) ไดศึกษาการจัดกิจกรรมการเล านิทานกอนกลับบานเปนนิทานที่แตงขึ้นโดยมีเนื้อเรื่องใน การสรางวินัยเพื่อส งเสริมการฟงและการปฏิบัติตนเองในดานความมีวินัย พบวาเด็กที่ไดรับการจัด กิจกรรมการเลานิทานกอนกลับบานมีวินัยในการปฏิบัติกิจกรรมไดสูงกวาเด็กที่ไมไดรับการฟงนิทาน

กอนกลับบ าน ดังนั้นการฟงนิทานเป นกิจกรรมที่เด็กทุกคนสนใจและชอบมากทําให ปรับเปลี่ยนพฤติ กรรมในการฟงและการปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต องสามารถปรับตัวมาโรงเรียนและเข ารวมกิจกรรมต างๆ ใน กิจกรรมประจําวันไดอยางมีความสุข

วิธีดําเนินการวิจัย

1.นวัตกรรมที่เลือกใช

1.1แผนการจัดประสบการณและกิจกรรมเสรี

1.2หนังสือนิทานประกอบภาพ

1.3โครงการรักการอาน

1.4กิจกรรมรุงอรุณ

2.เหตุที่เลือกใชนวัตกรรม

การสอนใหเด็กเกิดวินัยในตนเองนั้น เปนเรื่องที่อาศัยเวลาและความมั่นใจ นอกจากการ เลานิทานให เด็กเขาใจและการไดลงมือปฏิบัติแลว สิ่งที่สําคัญที่สุดอีกอยางหนึ่งของการสอนคือการ ปฏิบัติเปนแบบอย างที่ดีใหเด็กไดเลียนแบบเด็กจะไดรับการฝกซ้ําๆจนเกิดวินัยกับเด็กดวยความรู สึก ของการสรางแนวทางที่เหมาะสมปรับให เด็กไปในทิศทางที่ถูกตองไมใชการลงโทษ วินัยที่ไดในช วงนี้ จะเปนพื้นฐานของการปฏิบัติตามระเบียบผลที่ตามมาเป นการสรางวินัย ความรับผิดชอบ การควบ คุมตนเองมีเหตุผลที่คอยเป นคอยไปคอยๆซึมซาบจนกลายเปนพฤติกรรมในที่สุด การฟงนิทาน ประกอบภาพเปนสื่อหนึ่งที่จะทําให เด็กรูจักหนาที่ความรับผิดชอบตอตนเองและสังคมของเด็กการใช คําอธิบายประกอบการเลาและแสดงบทบาทสมมติ เปนสิ่งจําเป นที่จะตองบอกใหเด็กรูเสมอ เพราะ การสรางวินัยความรับผิดชอบ ควบคุมตนเอง มีเหตุผล ไมใชเปนเรื่องที่เกิดโดยตามธรรมชาติแต เปนสิ่งที่มนุษย เปนผูบัญญัติขึ้นเพื่อใหอยูรวมกันไดในสังคม เมื่อเด็กทําสิ่งที่ดีหรือประพฤติตนตาม ลักษณะอันพึงประสงคเหมาะสมกับวัยได ตองชมเชยใหกําลังใจจะชวยใหเด็กปฏิบัติตนไดดีขึ้น

3. ขั้นตอนการใชนวัตกรรม เด็กมาโรงเรียนในเดือนพฤษภาคมในสัปดาห๑ และสัปดาหที่๒ จํานวน ๓๐ คน

รองไหมาโรงเรียนและไมชอบเข าแถว ครูเลานิทานประกอบภาพในกิจกรรมวงกลมและกิจกรรมเสรี เกี่ยวกับความมีวินัย ความรับผิดชอบ การควบคุมตนเองและการมีเหตุผลในการมาโรงเรียน การอยู

รวมกับเพื่อนการเขารวมกิจกรรมตาง ๆ ใหเด็กฟงและประกอบกับกิจกรรมรุงอรุณที่มีการเล านิทาน ประกอบการแสดงของครูและเด็ก ใหเด็กฟ งทุกวันศุกร ในเดือนมิถุนายน ๒๕๔๗ เด็กมาโรงเรียนไม รองไห จํานวน ๑๕ คน สวนที่เหลือยังมีร องไห ไมเขาแถว ไมออกกําลังกาย ไมรวมกิจกรรมต างๆ

ในเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๗ ครูจัดทําโครงการรักการอานให เด็กยืมหนังสือกลับไปบานใหคุณพอคุณ แมอานใหฟง หลังจากการปฏิบัติการใชนวัตกรรมได บันทึกพัฒนาการโดยการสังเกต ด.ช.ธนรัตนรุจิ โรจนสกุล และเด็กชายพลภูมิวุนสะยุคะ ปรับพฤติกรรมมาโรงเรียนไดตามลําดับ ซึ่งยังไมผาน ลักษณะอันพึงประสงคตามเกณฑ คุณภาพ (Rubric)

4. สภาพหลังการใชนวัตกรรม

เปรียบเทียบผลการพัฒนาของเด็กจากการปฏิบัติเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ๒๕๔๗

จํานวนเด็ก

กอนฝ ก

ขณะฝก

 

หลังฝก

เด็กอนุบาล๑/๑

- รองไห มาโรงเรียน

-

ฟงนิทานประกอบ

-

เด็กบางคนสนใจ

จํานวน ๓๐ คน

ในสัปดาหแรก

-

ภาพ

 

-

เด็กบางคนตอบ

 

ของเดือน

สนใจภาพ

 

 

คําถาม

 

พฤษภาคม

-

ฟงได3-5 นาที

-

เด็กบางคนฟงได

 

๒๕๔๗

- ตองใช เสียงเล

าให 

นานขึ้น

 

 

 

เด็กสนใจ

 

 

 

สรุปในเดือนพฤษภาคม๒๕๔๗- กรกฎาคม๒๕๔๗ เด็กปรับพฤติกรรมไดดีขึ้นกว าเดิม ในเดือนพฤษภาคม ยังคงเหลือเด็กชายธนรัตนรุจิโรจนสกุลและเด็กชายพลภูมิ วุนสะยุคะ ยังปรับ ตัวไดไมสม่ําเสมอ จะมีพฤติกรรมรองไห มาโรงเรียนทุกวันจันทร หรือสัปดาห ที่มีวันหยุดหลายวัน คุณ ครูไดติดต อกับผู ปกครองของเด็กทั้ง ๒ คน ซึ่งในกรณีของเด็กชายธนรัตนรุจิโรจนสกุล นั้นมีปญหา ไมอยากมาโรงเรียนเพราะมีน องเล็กอยู กับคุณยาย ซึ่งเด็กชายธนรัตนรุจิโรจนสกุล มีความรูสึกว า ทําไมตนเองตองมาโรงเรียนด วย ทําไมนองไม ตองมาโรงเรียน อยูบานกับยายได (สอบถามจากผูปก ครอง) ทราบปญหาของน องอีกขั้นตอนหนึ่งและได สนทนากับผู ปกครองในการเล านิทานที่น องยืมไปที่ บานเพื่อใหผูปกครองเลาใหฟง ครูไดแนะนําการเลานิทานโดยแทรกพฤติกรรมที่ควรปรับใหนองได เห็นเปนรูปธรรมที่เกี่ยวกับตัวเด็กด วย เด็กจะไดปรับพฤติกรรมและเข าใจในสิ่งที่ถูกต องอย างมีเหตุผล สวนเด็กชายพลภูมิ วุนสะยุคะ เปนเด็กสมาธิบกพร อง ซึ่งครูไดทํารายงานกรณีศึกษากับน องโดยได  รับความรวมมือจากผู ปกครองและผู เชี่ยวชาญในการฝ กเด็กชายพลภูมิ วุนสะยุคะ โดยเฉพาะโดยจัด ทํา IEP (Individualized Education Plan) สําหรับนองเฉพาะการฝ กพัฒนาการทางด านสังคมและ กลามเนื้อมัดใหญ ประสานสัมพันธ กับตา

เปรียบเทียบผลการพัฒนาของเด็กจากการปฏิบัติเดือนสิงหาคม-กันยายน ๒๔๕๗

รายการ

 

กอนฝ ก

 

ขณะฝก

 

 

หลังฝก

ในเดือนสิงหาคม

-

ยังไมปรับตัวใน

-

ฟงนิทานประกอบ

 

-

มาเขารวมกิจกรรม

- เดือนกันยายน ๒๕๔๗

-

การมาโรงเรียน

-

ภาพ

 

 

โครงการรุงอรุณ

เด็กชายธนรัตนรุจิ

มาโรงเรียนสาย

ฟงไดจนจบเรื่อง

 

 

จากการแสดง

โรจนสกุลและเด็กชาย

-

ใหคุณพ ออุมมาส ง

-

ตอบคําถามได

 

 

ประกอบการเลา

พลภูมิวุนสะยุคะ

-

รองไห จะต องยืน

-

ยืมนิทานกลับบาน

 

-

นิทาน

 

 

กับคุณครูดานหน า

-

มาโรงเรียนดี

 

มีความสุขในการ

 

 

แถวทุกครั้งที่มาโรง

- ฟงนิทานในวันศุกร



มาเรียน

 

 

เรียน

 

ทุกสัปดาห

-

ตอบคําถามได

 

- จะรองไห เมื่อมีวัน

 

 

-

มีความพรอมใน

 

 

หยุดหลายวัน

 

 

-

การมาโรงเรียน

 

 

 

 

 

มีความรับผิดชอบ

 

 

 

 

 

 

 

ในการยืมและสง

 

 

 

 

 

 

 

หนังสือในโครงการ

 

 

 

 

 

 

 

รักการอาน

5. เกณฑคุณภาพ

(Rubric)

 

 

 

ดี

รูจักระเบียบวินัย

รับผิดชอบ สามารถควบคุมตนเองและกลาแสดงออก

ปานกลาง

รูจักระเบียบวินัย

รับผิดชอบ สามารถควบคุมตนเองและกลาแสดงออก

 

ไดบางครั้ง

 

 

 

ปรับปรุง

ยังไมรูจักระเบียบวินัย

ไมรับผิดชอบ

ควบคุมตนเองไมไดไมกลาแสดงออก

 

 

 

ขอสังเกตหลังการใช

นวัตกรรมจากแบบสังเกตตามเกณฑ



 

 

 

1.

มีความพรอมในการมาโรงเรียนอย

างมีความสุขตามเกณฑ



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดี

=

86.67

 

 

ปานกลาง

 

 

 

 

=

13.33

 

 

ปรับปรุง

-

 

2.

มีวินัยและรับผิดชอบในการเขารวมกิจกรรมตามเกณฑ



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดี

=

66.67

 

 

ปานกลาง

 

 

 

 

=

20.00

 

 

ปรับปรุง

13.33

3.

ควบคุมตนเองในการเขารวมกิจกรรมวงกลมตามเกณฑ



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดี

=

6.67

 

 

ปานกลาง

 

 

 

 

=

13.33

 

 

ปรับปรุง

-

 

4.

ตอบคําถามไดตามเกณฑ



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดี

=

93.33

 

 

ปานกลาง

 

 

 

 

=

6.67

 

 

ปรับปรุง

-

 

5.

ปฏิบัติตามขอตกลงของห

องเรียนได

ตามเกณฑ



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดี

=

60.00

 

 

ปานกลาง

 

 

 

 

=

33.33

 

 

ปรับปรุง

6.67

 

6.

รับผิดชอบในการยืม-สงนิทานในโครงการรักการอ

านได สม่ําเสมอตามเกณฑ



 

 

 

 

ดี

=

83.33

 

 

ปานกลาง

 

 

 

 

=

16.67

 

 

ปรับปรุง

-

 

7.

มีความสุขในการมาเรียนตามเกณฑ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดี

=

93.33

 

 

ปานกลาง

 

 

 

 

-

 

 

 

 

 

ปรับปรุง

6.67

 

8.

เขารวมกิจกรรมรุ งอรุณในโครงการแสดงนิทานประกอบการแสดงตามเกณฑ



 

 

 

 

ดี

=

96.67

 

 

ปานกลาง

 

 

 

 

-

 

 

 

 

 

ปรับปรุง

-

 

9.

กลาแสดงออกที่จะร

วมกิจกรรมบนเวทีในกิจกรรมรุ งอรุณตามเกณฑ



 

 

 

 

 

 

 

 

ดี

=

40.00

 

 

ปานกลาง

 

 

 

 

=

40.00

 

 

ปรับปรุง

20.00

10.

เด็กอยูรวมกับเพื่อนได

ทั้งในชั้นเรียนและนอกชั้นเรียนตามเกณฑ



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดี

=

90.00

 

 

ปานกลาง

 

 

 

 

=

10.00

 

 

ปรับปรุง

-

 

 

สรุปจากแบบสังเกตตามเกณฑคุณภาพ

(Rubric) โดยรวมหลังจากเลานิทานในกิจกรรมวงกลม

และกิจกรรมเสรีโครงการรักการอาน กิจกรรมรุงอรุณ

เด็กสามารถปรับพฤติกรรมไดดีตามเกณฑ

สูง

กวาดานอื่น

ๆ คิดเปนรอยละ

96.67

 

ในกิจกรรมรุงอรุณที่มีการแสดงประกอบการเล

านิทาน

ซึ่งเปน

รูปธรรมที่เด็กสนใจไดดีสวนด านอื่น

ๆ ที่ยังตองปรับปรุง

คือ ดานการมีส

วนร วมแสดงบนเวที การมี

วินัยและรับผิดชอบในการเขารวมกิจกรรม

 

การปฏิบัติตามขอตกลงของห

องเรียนและมีความสุขใน

การมาเรียน ซึ่งสวนนี้ยังมีเด็กที่บกพร

องทางพฤติกรรมด

านร างกายและอารมณ

(ด.ช.พลภูมิวุนสะยุ

คะ) ซึ่งครูตองจัดทํากรณีศึกษาโดยจัดทํา IEP ใหกับเด็กชายพลภูมิ วุนสะยุคะ ในภาคเรียนที่๒ เพื่อ พัฒนาพฤติกรรมความสามารถตามเกณฑลักษณะอันพึงประสงค ของการประเมินในระดับปฐมวัย