Share PDF

Search documents:
  Report this document  
    Download as PDF   
      Share on Facebook

งานวิจัย

เรื องความพึงพอใจของครและูนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย

ต่อการให้บริการอปกรณ์ุการเรียนการสอนภายในห้องเรียน ปี การศึกษา 2553

ผ้วิจัยู รจนา อินกลับ

โรงเรียนเซนต์หลยส์ุ ฉะเชิงเทรา ประจําปี การศึกษา 2553

ชื องานวิจัย

ความพึงพอใจของครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่อการให้บริการ

ชื อผ้วิจัยู

อุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน ปีการศึกษา 2553

มิสรจนา

อินกลับ

ฝ่ ายวิชาการ

โรงเรียนเซนต์หลุยส์ ฉะเชิงเทรา

บทคัดย่อ

การวิจัยครังนีมีวัตถุประสงค์เพื อสํารวจระดับความพึงพอใจของครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอ การให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน ประชาการที ใช้ในการวิจัยครังนีเป็ นครูแล มัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนเซนต์หลุยส์ฉะเชิงเทรา ปี การศึกษา 2553 จํานวน 525 คนทําการสุ่ม (Simple Random Sampling)ได้กลุ่มตัวอย่างจํานวน 100 คน

เครื1องมือที ใช้ในการวิจัยครังนีเป็นแบบสอบถามจํานวน20 ข้อ แบ่งออกเป็ น 2 ตอน คือตอนแรกเป็ นก สอบถามข้อมูลเกี ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนตอนที สองเป็นการสอบถามความคิดเห็นเกี ยวกับ อุปกรณ์และเจ้าหน้าที ที ให้บริการ ในส่วนตอนที สองจะแบ่งออกเป็ น 4 ด้านด้วยกันคือ ด้ เจ้าหน้าที , ด้านกระบวนการและขันตอนในการให้บริการ, ด้านอุปกรณ์และสิงอํานวยความสะดวกภายในห้องเรียน และด้านผลของการให้บริการ

ผลการวิจัยครังนีสรุปได้ว่า ผู้ที ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ร้อยละ53.00เป็ นเพศหญิง รองลง 47.00 เพศชาย มีสถานภาพเป็นนักเรียนระดับชัน.4 ร้อยละ30.00, นักเรียนระดับชันม.5 ร้อยละ30.00, นักเรียน ระดับชันม.6 ร้อยละ30.00 และเป็นครูผู้สอนร้อยละ10.00 ตามลําดับ ความถี ในการใช้อุปกรณ์การเรี ภายในห้องเรียนมากที สุดคือ 2-3 ครังต่อสัปดาห์46.00, ทุกคาบที มีการเรียนการสอนร้อยละ ร้อยละ30.00, นานๆ ครัง ร้อยละ24.00 ตามลําดับและไม่มีผู้ที ไม่เคยใช้เลย ในส่วนของรายวิชาที มีการใช้อุปกรณ์ภาย กิจกรรมการเรียนการสอน(เลือกได้มากว่า 1 วิชา : 1 คน) มากที สุดเป็นอับดับแรกคือ วิชาสังคมศึก วัฒนธรรม ร้อยละ27.78 รองลงมาวิชาวิทยาศาสตร์ ร้อยละ22.22, วิชาภาษาต่างประเทศ ร้อยละ 16.67,วิชาการ อาชีพและเทคโนโลยี ร้อยละ09.26, วิชาคณิตศาสตร์เท่ากับวิชาภาษาไทย ร้อยละ7.41, วิชาสุขศึกษาและ ร้อยละ05.57 และลําดับสุดท้ายวิชาศิลปศึกษา ร้อยละ03.70ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่ออุ เจ้าหน้าที ที ให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้อ(Xง)เรียนค่าเฉลีที ได้เท่ากับย 3.29 และค่าเบี ยงเบ มาตรฐาน(S.D.) เท่ากับ 0.78 จึงสรุปได้ว่าความพึงพอใจของครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่อการใ อุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง

กิตติกรรมประกาศ

รายงานวิจัยในครังนี มีวัตถุประสงค์เพื อศึกษาระดับความพึงพอใจของครูและนักเรียนมั ปลายต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียนระดับชันมัธยมศึกษาตอนปลายทังนีเพื อศึกษา สํารวจ และนําผลที ได้ใช้เป็ นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการอุปกรณ์การเรียนก ห้องเรียนระดับชันมัธยมศึกษาตอนปลายให้มีประสิทธิภาพต่อไปการดําเนินการวิจัยในครังนีส่งผลสําเร็จได้ด้วย ความกรุณาจากคณะคุณครูทุกท่านที สนับสนุนในการดําเนินการวิจัยและขอขอบใจนักเรียนระดับชั ตอนปลายทุกคนที ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม การเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นอย่างดี

ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิงว่า รายงานการวิจัยเชิงสํารวจฉบับนีจะเป็นประโยชน์ต่อคณะผู้บริหารและสถานศึกษา เพื อเป็นส่วนหนึ งของแนวทางในการปรับปรุงด้านการทํางานต่อไป ถ้าหากรายงานการวิจัยฉบับน ประการใดผู้วิจัยขออภัยไว้ ณ ที นีด้วย

มิสรจนา อินกลับ ผู้วิจัย

สารบัญ

หน้า

บทคัดย่อ…………...……………………………………………………………………………I

กิตติกรรมประกาศ……………………………………………………………………………...II สารบัญ……………………………………………………………………………………….. IV สารบัญตาราง…………………………………………………………………………….….… V สารบัญภาพ

.................................................................................................................................VI

 

 

บทที 1 บทนํา.................................................................................................................

1

 

1.1 ที มาและความสําคัญของปัญหา…………………………………………..1

1.2

วัตถุประสงค์ของการวิจัย…………………………………………………1

 

 

1.3สมมุติฐานของการวิจัย……………………………………………………2

1.4ขอบเขตของการวิจัย ……………………………………………………..2

1.5ข้อตกลง…………………………………………………………………..2

1.6คํานิยามที ใช้ในการวิจัย…………………………………………………..2

1.7ประโยชน์ที คาดว่าจะได้รับ……………………………………………….3

บทที 2

เอกสารและงานวิจัยที เกี ยวข้อง………………………………………………..4

2.1

ความหมายของความพึงพอใจ …………………………………………….4

 

2.2แนวคิดและทฤษฎีที เกี ยวข้องกับความพึงพอใจ…………………………….6

2.3การวัดความพึงพอใจ.……………………………………………………..7

2.4ความหมายของบริการ……………………………………………………...7

2.5องค์ประกอบของความพึงพอใจในการบริการ……………………………...7

2.6เกณฑ์การพิจารณาคุณภาพของการบริการ…………………………………9

2.7งานวิจัยที เกี ยวข้อง……………………………………………………….10

บทที 3

วิธีดําเนินการวิจัย……………………………………………………………...11

3.1

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง………………………………………………..11

3.2 การสร้างเครื1องมือที ใ

ในการวิจัย………………………………………...11

 

 

 

3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล……………………………………………………12

3.4

สถิติที ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล…………………………...………………13

 

 

บทที

4

ผลการวิเคราะห์ข้อมลู…………………………………………………………14

4.1

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทัวไปเกี ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม………………...14

 

4.2 ผลการวิเคราะห์ระดับ

ความพึงพอใจต่ออุปกรณ์ และเจ้าหน้าที ที ให้บริการ

อุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรีย

 

……………………………………16

 

 

 

บทที

5

สรปผลการวิจัยุอภิปรายผล และข้อเสนอแนะ……………………………...18

5.1

สรุปผลการวิจัย……………………………………………………………18

5.2 อภิปราย

 

ผล………………………………………………………………...19

5.3

 

 

ข้อเสนอแนะ……………………………………………………………….20

 

 

บรรณานกรมุ……………………………………………………………………………………..21 ภาคผนวก…………………………………………………………………………………………22

ประวัติผ้วิจัยู....................................................................................................................................

26

 

สารบัญตาราง

ตารางที

หน้า

4.1 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลทัวไปเกี ยวกับผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจ ของครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอน ภายในห้องเรียน …………………………………………………………………………………14

4.1 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลทัวไปเกี ยวกับผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจ ของครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอน ภายในห้องเรียน (ต่อ).………………………………………….………………………………...14

4.2แสดงค่าเฉลี,ย(X ) ค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) ด้านการให้บริการของเจ้าหน้าที ……….16

4.3แสดงค่าเฉลี,ย(X ) ค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) ด้านกระบวนการขันตอนในการบริการ..16

4.4แสดงค่าเฉลี,ย(X ) ค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) ด้านอุปกรณ์สิงอํานวยความสะดวก……17

4.5แสดงค่าเฉลี,ย(X ) ค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) ด้านผลของการให้บริการ………………17

4.6แสดงค่าเฉลี,ย(X ) ค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) ความพึงพอใจของครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต การให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน…………..…17 ก.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทัวไปเกี ยวกับผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของครูและนักเรียน มัธยมศึกษาตอน

ปลายต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน…………......23

ก.2 แสดงค่าเฉลี,ย(X ) ค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) ความพึงพอใจของครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต การให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน………….….24

สารบัญภาพ

หน้า

ภาพที1 องค์ประกอบของความพึงพอใจในการบริการ.........................................................................

8

บทที 1

บทนํา

1. ความเป็ นมาและความสําคัญของปัญหา

การที จะปฏิรูปการศึกษาให้เกิดผลสําเร็จได้นันสิงหนึเป็งที ปัจจัยต่อการปฏิรูปการศึกษาหรือนันคือ คน ผู้สอน ซึ งเป็นกําลังหลักในการที จะทําให้การปฏิรูปการศึกษาโดยเฉพาะการปฏิรูปการเรียนรู หนึ งที มีความสําคัญไปไม่แพ้กันก็คือการจัดอุปกรณ์การเรียนการสอนซึ งเป็นสื1อหรือตัว สาระ ประสบการณ์ ความคิดเห็น และทักษะความชํานาญจากผู้สอนไปยังผู้เรียน การจัดอุปกรณ์การเ ภายในห้องเรียนจึงเป็นสิงสําคัญในการทําให้เกิดการพัฒนาเปลี ยนแปลงการจัดการศึกษาของโรงเรีย ด้วยทางโรงเรียนเซนต์หลุยส์ฉะเชิงเทรา ได้มีการจัดการเรียนการสอน และให้บริการอุปกรณ์การเรี ภายในห้องเรียน เพื อรองรับกิจกรรมการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมาเป็นระยะเวลาหล ความทันสมัย และประสิทธิภาพในการทํางานของอุปกรณ์แต่ละชนิดเสื1อมและล้าสมัยไปตามระยะเวลา งานจึงทําให้ไม่สะดวกต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภายในห้องเรียน ทําให้ประสิทธิภาพของกา น้อยลง

ดังนันผู้วิจัยจึงมีความต้องการสํารวจความพึงพอใจของครู และนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายต่อกา ให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน เพื อศึกษาความคิดเห็นของครู และนักเร มัธยมศึกษาตอนปลาย รวมถึงนําผลของการสํารวจไปปรับปรุงแก้ไขการให้บริการอุปกรณ์การเรียน ภายในห้องเรียนในปี การศึกษาต่อไปให้มีประสิทธิภาพยิงขึน

2.วัตถประสงค์ของการวิจัยุ

1.เพื อสํารวจความพึงพอใจของครู และนักเรียนระดับชันมัธยมศึกษาตอนปลที มีต่อการให้บริการย อุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน

2.เพื อนําผลการสํารวจมาใช้ในการปรับปรุงแก้ไขการให้บริการให้มีประสิทธิภาพมากยิงขึน

3.เพื อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน

3.สมมติฐานของการวิจัยุ

ความพึงพอใจของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอน ห้องเรียนจะทําให้การจัดอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียนมีประสิทธิภาพมากยิงขึน

4.ขอบเขตของการวิจัย

1.ประชากร

ประชากรที ใช้ในการวิจัยเป็นครูและนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนเซนต์หลุยส ปี การศึกษา 2553

2. กล่มตัวอย่างุ

กลุ่มตัวอย่างที ใช้ในการวิจัย คือครู และนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียน เซนต์หลุยส์ ฉะเชิงเทรา ปี การศึกษา 2553 ซึ งได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Samplin 100 คน

3. ตัวแปรที ศึกษา

ตัวแปรต้น คือ แบบสํารวจความพึงพอใจของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่อการให้บริการอุปก เรียนการสอนภายในห้องเรียน

ตัวแปรตาม คือ ผลการสํารวจความพึงพอใจในการให้บริการการให้บริการอุปกรณ์ การเรียนการส ภายในห้องเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย

5. ข้อตกลงเบื องต้น

การวิจัยในครังนีผู้วิจัยถือว่าผู้ตอบแบบสอบถามตอบตามความเป็นจริง ไม่ศึกษาครอบคลุมตัว เพศ และอายุ

6. คํานิยามที ใช้ในการวิจัย

ความพึงพอใจหมายถึง ความพึงพอในการที.ได้รับการบริการ ความชอบความพอใจในระดับหนึ ง การให้บริการหมายถึง การให้ความเชื1อมัน เชื อถือ การตัดสินใจให้กับผู้รับบริการ

ความพึงพอใจต่อการบริการหมายถึง ภาวะความรู้สึกของบุคคลอันเป็นผลจากการรับรู้ ประสบ ต่อสิงที.ได้รับจาก

ครูหมายถึง ครูผู้สอนระดับชันมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเซนต์หลุยส์ฉะเชิงเทรา นักเรียน หมายถึง นักเรียนระดับชันมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนเซนต์หลุยส์ฉะเชิงเทรา

7. ประโยชน์ที คาดว่าจะได้รับ

ผู้วิจัยคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการทําวิจัยดังต่อไปนี

1.ทําให้ทราบถึงข้อมูลและแนวทางในการปรับปรุงการให้บริการอุปกรณ์การเรียน

การสอนภายในห้องเรียนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายให้มีประสิทธิภาพยิงขึน

2.ทําให้ผู้บริหารมีข้อมูลและแนวทางในการบริหารงานด้านการจัดการเรียนการสอนเพื อ

ปรับปรุง และพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ อันจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อการจัดการศึ

บทที 2

เอกสารและงานวิจัยที เกี ยวข้อง

การวิจัยครังนีมุ่งศึกษาสํารวจระดับความพึงพอใจของครูและนักเรียนระดับชันมัธยมศึกษาตอนปลายที มีต่อ การให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน

ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดทฤษฎี และงานวิจัยต่าง ๆ ที เกี ยวข้องหรือใกล้เคียง โดยนําเสนอตา

1.ความหมายความพึงพอใจ

2.แนวคิดและทฤษฎีที เกี ยวข้องกับความพึงพอใจ

3.การวัดความพึงพอใจ

4.ความหมายของบริการ

5.องค์ประกอบของความพึงพอใจในการบริการ

6.เกณฑ์การพิจารณาคุณภาพของการบริการ

7.งานวิจัยที เกี ยวข้อง

2.1ความหมายของความพึงพอใจ (Satisfaction)

จากการศึกษาแนวความคิดเกี ยวกับความพึงพอใจที กล่าวไว้ในอดีตของ เชลเล่ย (Shelly) สรุ ทฤษฎีที ว่าด้วยความรู้สึกสองแบบของมนุษย์ คือ ความรู้สึกในทางบวกและความรู้สึกในทางลบ มนุษย์จะตกอยู่ในความรู้สึกสองแบบนี

ความร้สึกทางบวกูคือ ความรู้สึกเมื อเกิดขึนแล้วจะทําให้มีความสุข ความรู้สึกนีเป็ นค จากความรู้สึกทางบวกอื นๆ กล่าวคือเป็ นความรู้สึกที มีระบบย้อนกลับความสุขสามารถทําใ ความรู้สึกทางบวกเพิมขึนอีก ดังนันจะเห็นได้ว่าความรู้สึกเป็ นความรู้สึกที สลับซับซ้ บุคคลมากกว่าความรู้สึกทางบวกอื นๆ

ความร้สึกทางลบูความรู้สึกทางบวกและความสุขมีความสัมพันธ์กันอย่างสลับซับซ้อนและร ความสัมพันธ์ของความรูสึกทังสามนี เรียกว่าระบบความพึงพอใจ โดยความพึงพอใจจะเกิดขึนเมื อระ พอใจมีความรุ้สึกทางบวกมากกว่าความรู้สึกทาางลบ ความพอใจ สามารถแสดงออกมาในรูปแบบของความร ทางบวกแบบต่าง ๆ ได้ และความรู้สึกทางบวกนียังเป็ นตัวช่วยให้เกิดความพึงพอใจเพิมขึนได้อี ความหมายของคําว่า “พึงพอใจ”(satisfaction) นันเป็ นความหมายเดียวกับทัศนคติ(attitude)ซึ งทัศนคติ คือ ความรู้สึกของบุคคลที ได้จากการเรียนรู้และประสบการณ์แล้วแสดงสภาวะของร่างกายและจิตใจในด้าน ที จะตอบสนองต่อบุคคลหรือสิงต่างๆในลักษณะใดลักษณะหนึ2 ง

จากคํากล่าวข้างต้น ที มีผู้ให้ความหมายของความพึงพอใจหลายประการ แต่พอสรุปได้ว่าคว เป็นความรู้สึกของบุคคลที มีต่อเรื1องใดเรื1องหนึ ง ในเชิงประมาณค่า ซึ งเห็นว่าแนวคิดเกี เกี ยวพันกับทัศนคติ

Gillmer (อ้างใน เพ็ญแข ช่อมณี 2544:6) ได้ให้ความหมายไว้ว่าผลของเจตคติต่าง ๆ ของบุคค องค์กร องค์ประกอบของแรงงาน และมีส่วนสัมพันธ์กับลักษณะงานและสภาพแวดล้อมในการทํางานซึ ง พอใจนันได้แก่ ความรู้สึกมีความสําเร็จในผลงาน ความรู้สึกว่าได้รับการยกย่องนับถือ แ ความก้าวหน้าในการปฏิบัติงาน

Morse (อ้างใน สันติ ธรรมชาติ. 2544:24) ได้กล่าวว่า ความพึงพอใจในงาน หมายถึง ทุกสิงทุกอย ความตึงเครียดของผู้ทํางานให้น้อยลง ถ้ามีความตึงเครียดมากก็จะเกิดความไม่พึงพอใจในการทํ เครียดเป็นผลรวมจากความต้องการของมนุษย์ เมื1อคราวใดความต้องการได้รับการตอบสนองก็จะทําให น้อยลง ซึ งเป็ นผลทําให้เกิดความพึงพอใจ จากคํานิยามของ Morse ทําให้มีนักวิชาการอีกห ความหมายไปในทิศทางที คล้ายคลึงกัน โดยเน้นว่าความพึงพอใจเกิดจากการได้รับการตอบสนอง เช่น Miskel กล่าวว่า ความพึงพอใจเป็นความรู้สึกที ดีต่องานซึ งมักเกี ยวข้องกับคุณค่าและคว ด้วย Dessler อธิบายความพึงพอใจว่าเป็นระดับความรู้สึกต่องานเพื อความต้องการที สําคัญของค สุขภาพดี มีความมันคง มีความสมบูรณ์พูนสุข มีพวกพ้อง มีคนยกย่องต่าง ๆ เหล่านีได้รับการต ให้มีผลต่องาน

Silmer (อ้างใน ประภาภรณ์ สุรปภา. 2544:9) กล่าวไว้ว่า ความพึงพอใจเป็ นระดับขันตอนความ ทางบวกหรือทางลบของคนที มีลักษณะต่าง ๆ ของงานรวมทังงานที ได้รับมอบหมาย การจัดระบบง ความสัมพันธ์กับเพื อนร่วมงาน

Strauss (อ้างใน เพ็ญแข ช่อมณี. 2544:7) ได้ให้ความหมายความพึงพอใจไว้ว่า ความพึงพอใจห ความรู้สึกพอใจในงานที ทําและเต็มใจที จะปฏิบัติงานนันให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร คน ที ทําเมื องานนันให้ผลประโยชน์ทังด้านวัตถุและด้านจิตใจ ซึ งสามารถตอบสนองความต้องการพืนฐ ในการศึกษาเกี ยวกับความพึงพอใจนันวไปนิยมศึกษากันในสองมิติโดยทั คือ มิติ ความพึงพอ ของผู้ปฏิบัติงานและมิติความพึงพอใจในการรับบริการ ในการศึกษาครังนีเป็นการศึกษาในรูปแบบ

มีนักการศึกษาได้ให้ความหมายไว้ ดังนี

Oskamps (อ้างใน ประภาภรณ์ สุรปภา. 2544:11) ได้กล่าวไว้ว่า ความพึงพอใจมีความหมายอยู่ 3 น

1.ความพึงพอใจ หมายถึง สภาพการณ์ที ผลการปฏิบัติจริงได้เป็นตามที บุคคลคาดหวังไว้

2.ความพึงพอใจ หมายถึง ระดับของความสําเร็จที เป็นไปตามความต้องการ

3.ความพึงพอใจ หมายถึง งานที ได้ตอบสนองต่อคุณค่าของบุคคล จากความหมายที กล่าวมาทังหมดข้างต้นผู้วิจัยสรุปได้ว่า“ความพึงพอใจ” หมายถึง ความรู้สึกที เป็ น

ยอมรับ ความรู้สึกชอบ ความรู้สึกที ยินดีกับการปฏิบัติงาน ทังการให้บริการและการรับบริการ ทุกสถานที

คณิต ดวงหัสดี (2537) ให้ความหมายไว้ว่า เป็นความรู้สึกชอบ หรือพอใจของบุคคลที มีต่ องค์ประกอบหรือสิงจูงใจอื1น ๆ ถ้างานที ทําหรือองค์ประกอบเหล่านันตอบสนองความต้องการของบุค

นันจะเกิดความพึงพอใจในงานขึน จะอุทิศเวลา แรงกายรงใจ รวมทังสติปัญญาให้แก่งานของตนให้บรรลุ วัตถุประสงค์อย่างมีคุณภาพ

2.2 แนวคิดและทฤษฎีที เกี ยวข้องกับความพึงพอใจ

Vroom (1964: 99) กล าวว าทัศนคติและความพึงพอใจในสิงหนึ งสามารถใชแทนกันได เพราะทัง สองคํานีจะหมายถึงผลที ไดจากการที บุคคลเข าไปมีส วนร วมในสิงนัน โดยทัศานคติดบวกจะแสดง ให เห็นสภาพความพึงพอใจในสิงนันและทัศนคติดานลบจะแสดงให เห็นสภาพความไม พึงพอใจนันเอง

Bemard (อ้างใน อํานวย บุญศรี.2531) ได้กล่าวถึง สิงจูงใจที ใช้เป็ นเครื1องกระตุ้นบุค พอใจในงานไว้ 8 ประการ คือ

1.สิงจูงใจที เป็นวัตถุ ได้แก่ เงิน สิงของ หรือสภาวะทางกายที ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานเป หรือเป็นรางวัลที เขาได้ปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานนันมาเป็นอย่างดี

2.สิงจูงใจที เป็นโอกาสของบุคคลที มิใช่วัตถุจสําคัญที ช่วยส่งเสริมความร่วมมือในการทําเป็นสิงจู

มากกว่ารางวัลที เป็ นวัตถุ เพราะสิงจูงใจที เป็ นโอกาสนีบุคลากรจะได้รับแตกต่างกัน เช่น เ พิเศษ เป็นต้น

3.สภาพทางกายที พึงปรารถนา หมายถึง สิงแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ได้แก่ทํางานสถานทีเครื1องมือ การทํางาน สิงอํานวยความสะดวกในการทํางานต่าง ๆ ซึ งเป็นสิงอันก่อให้เกิดความสุขทางกายในการ

4.ผลประโยชน์ทางอุดมคติ หมายถึง สมรรถภาพของหน่วยงานที สนองความต้องการของบุคคลด ความภาคภูมิใจที ได้แสดงฝี มือ การได้มีโอกาสช่วยเหลือครอบครัวตนเองและผู้อื น ทังได้แส หน่วยงาน

5.ความดึงดูดใจในสังคม หมายถึง ความสัมพันธ์ฉันท์มิตร ถ้าความสัมพันธ์เป็ นไปด้ว ความผูกพันและความพอใจที จะร่วมงานกับหน่วยงาน

6.การปรับสภาพการทํางานให้เหมาะสมกับวิธีการและทัศนคติของบุคคล หมายถึง การปรั ตําแหน่งวิธีทํางานให้สอดคล้องกับความสามารถของบุคลากร

7.โอกาสที จะร่วมมือในการทํางาน หมายถึง การเปิ ดโอกาสให้บุคลากรรู้สึกว่ามีส่วนร่ว บุคคลสําคัญคนหนึ งของหน่วยงาน มีความรู้สึกเท่าเทียมกันในหมู่ผู้ร่วมงานและมีกําลังใจในก

8.สภาพของการอยู่ร่วมกัน หมายถึง ความพอใจของบุคคลในด้านสังคมหรือความมันคงในการทํา

2.3 การวัดความพึงพอใจ

ภณิดา ชัยปัญญา (2541) ได้กล่าวไว้ว่าการวัดความพึงพอใจนัน สามารถทําได้หลายวิธีดังต่อไปนี

1.การใช้แบบสอบถาม โดยผู้ออกแบบสอบถาม เพื อต้องการทราบความคิดเห็น ซึ งสามารถ ได้ในลักษณะกําหนดคําตอบให้เลือก หรือตอบคําถามอิสระ คําถามดังกล่าว คําถามดังกล่าว อ พอใจในด้านต่าง ๆ

2.การสัมภาษณ์ เป็นวิธีการวัดความพึงพอใจทางตรง ซึ งต้องอาศัยเทคนิคและวิธีการที เป็นจริง

3.การสังเกต เป็นวิธีวัดความพึงพอใจโดยกาสังเกตพฤติกรรมของบุคคลเป้ าหมาย ไม่ว่าจะแส

จากการพูดจา กริยา ท่าทาง วิธีนีต้องอาศัยการกระทําอย่างจริงจัง และสังเกตอย่างมีระเบียบแบบแผน

2.4 ความหมายของบริการ

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต (2542:607) ให้ความหมายของบริการว่า หมายถึง การปฏิบัติรับใช้ ความสะดวกต่าง ๆ

วีรพงษ์ เฉลิมจิระรัตน์. (2539:6-8) ให้ความหมายของบริการ คือ พฤติกรรม กิจกรรม การกระ บุคคลหนึ งทําให้หรือส่งมอบอีกบุคคลหนึ ง โดยมีเป้ าหมายและมีความตังใจในการส่งมอบอันนันสรุปความหมาย ของความพึงพอใจต่อการให้บริการ คือ ภาวะทางอารมณ์หรือความรู้สึกทางบวกของบุคคลที เป็น เปรียบเทียบสิงที คาดหวังไว้ กับสิงที ได้รับจริงจากลักษณะของการให้บริการ

2.5 องค์ประกอบของความพึงพอใจในการบริการ

ความพึงพอใจที เกิดขึนในกระบวนการบริการระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการ เป็นผลข ประเมินคุณภาพของการบริการในสิงที ผู้รับบริการคาดหวังว่าควรจะได้รับ และสิงที ผู้รับบริกา สถานการณ์ ซึ งระดับความพึงพอใจอาจไม่คงที ผันแปรไปตามช่วงเวลาที แตกต่างกันได้ ทังนีความพ บริการมี องค์ประกอบ 2 ประการ (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หน่วยที 8-15 : 25-26) คือ

1.องค์ประกอบด้านการรับรู้คุณภาพของบริการ ผู้รับบริการจะรับรู้ว่าบริการที ได้รับม สัญญาของกิจการแต่ละประเภทตามที ควรจะเป็นมากน้อยเพียงใด เช่น แขกที เข้าพักในโรงแรมจะได้พ จองไว้ ลูกค้าที เข้าไปในภัตตาคารจะได้รับอาหารตามที สัง เป็นต้น สิงเหล่านีเป็นบริการที ตามลักษณะของการบริการแต่ละประเภท ซึ งจะสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในสิงที ลูกค้าต้องกา

2.องค์ประกอบด้านการรับรู้คุณภาพของการนําเสนอบริการ ผู้รับบริการจะรับรู้ว่าวิธีการ ในกระบวนการบริการของผู้ให้บริการมีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด ไม่ว่าจะเป็ นความสะดวกในก บริการ พฤติกรรมการแสดงออกของผู้ให้บริการตามบทบาทหน้าที และปฏิกิริยาการตอบสนองการบริก ให้บริการต่อผู้รับบริการ ในด้านความรับผิดชอบต่องาน การใช้ภาษาสื1อความหมายและการปฏิบ ให้บริการ

จะเห็นว่า ความพึงพอใจในการบริการเกิดจากการประเมินคุณค่าการรับรู้คุณภาพของก เกี ยวกับบริการตามลักษณะของการบริการ และกระบวนการนําเสนอบริการในวงจรของการให้บริการระห ให้บริการและผู้รับบริการ ซึ งถ้าตรงกับสิงที ผู้รับบริการมีความต้องการหรือตรงกับความ ประสบการณ์ที เคยได้รับบริการตามองค์ประกอบดังกล่าวข้างต้น ก็ย่อมจะนํามาซึ งความพึงพ แต่หากเป็นไปในทางตรงกันข้าม สิงที ผู้รับบริการได้รับจริงไม่ตรงกับการรับรู้ที คาดหวัง ไม่พึงพอใจต่อบริการได้ จึงสามารถแสดงเป็นภาพองค์ประกอบของความพึงพอใจในการบริการได้ดังน

ภาพที1 1 องค์ประกอบของความพึงพอใจในการบริการ

ความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้ให้บริการ ต่างมีความสําคัญต่อความสําเร็จของการดํ ดังนันการสร้างความพึงพอใจในการบริการจําเป็ นที จะต้องดําเนินการควบคู่กันไปอผู้รับบริการและผู้ทังต่ ให้บริการ (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หน่วยที 8-15,2545: 40-41)

2.6 เกณฑ์การพิจารณาคณภาพของการบริการุ

โดยทัวไปมักใช้เกณฑ์ในการประเมินคุณภาพของการบริการ ที ต้องคํานึงถึงคุณลักษณะท คาดหวัง หากองค์กรใดตระหนักถึงความสําคัญของคุณภาพของการบริการ เพื อใช้เป็ นแรงจูงใจให้ผู ความประทับใจและติดใจที จะใช้บริการ จําเป็นต้องทําความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติงานบริการทุกฝ่ า กลยุทธ์ในการบริการตามแผนนโยบายการบริการที วางไว้และคํานึงถึงคุณลักษณะดังกล่าว 10 ประการ (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หน่วยที 1-7: 58)

1. ลักษณะของการบริการ (appearance) หมายถึง สภาพที ปรากฏให้เห็นหรือจับต้องได้ในการใ เช่น การใช้เครื1องมืออุปกรณ์เพื ออํานวยความสะดวกต่าง ๆ เอกสารสิงพิมพ์หรือสื1อต่างอสารเป็ๆนที ใช ต้น

2. ความไว้วางใจ (reliability) หมายถึง ความสามารถในการนําเสนอผลิตภัณฑ์บริการ ตามคํามันสัญ ให้ไว้อย่างตรงไปตรงมาและถูกต้อง

3. ความกระตือรือร้น (responsiveness) หมายถึง การแสดงความเต็มใจที จะช่วยเหลือและพร้อ ให้บริการทันทีทันใด

4.ความเชี ยวชาญ (competence) หมายถึง ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานบริการที รับผิดช ประสิทธิภาพ

5.ความมีอัธยาศัยนบน้อม (courtesy) หมายถึง ความมีไมตรีจิตที สุภาพอ่อนน้อมเป็นกันเอง

ผู้อื น จริงใจ มีนําใจและเป็ นมิตรของผู้ปฏิบัติงานบริการ โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติงานที จะต้อ ผู้รับบริการ

6. ความน่าเชื1อถือ (crediability) หมายถึง ความสามารถในการสร้างความเชื1อมันด้วยความซื1อต ซื1อสัตย์สุจริตของผู้ปฏิบัติงานบริการ

7.ความปลอดภัย (security) หมายถึง สภาพที ปราศจากอันตรายความเสี ยงภัย และปัญหาต่าง ๆ

8.การเข้าถึงบริการ (access) หมายถึง การติดต่อเข้ารับบริการด้วยความสะดวกไม่ยุ่งยาก

9. การติดต่อสื1อสาร (communication) หมายถึง ความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์และ ความหมายได้ชัดเจน ใช้ภาษาที เข้าใจง่ายและรับฟังผู้ใช้บริการ

10. ความเข้าใจลูกค้า (understanding of customer) หมายถึง ความพยายามในการค้นหาและทําความเข้าใจ กับความต้องการของลูกค้า รวมทังการให้ความสนใจตอบสนองความต้องการดังกล่าว

2.7 งานวิจัยที เกี ยวข้อง

ฟ้ ามุ่ย สุกัณศีล (2548:24) ได้ศึกษาความพึงพอใจต่อการให้บริ การของสํานักงานเลขาน สังคมศาสตร์เพื อให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึน ผลการวิจัยว่าความพึงพอใจต่อการให้บริการของสรุปได้ สํานักงานเลขานุการ พบว่าประชากรกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจในระดับปานกลาง ต่อการให้บริก

บริหารและธุรการ งานคลังและพัสดุ งานบริการการศึกษา งานนโยบายและแผน งานวิจัยและวิเทศสั และโดยภาพรวมของสํานักงานฯ

บทที 3

วิธีดําเนินการวิจัย

การวิจัยครังนีเป็นการวิจัยเชิงสํารวจ(Survey Research) มีวัตถุประสงค์เพื อสํารวจระดับความพึงพอใจข ครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียนผู้วิจั วิจัยเป็นขันตอนดังนี

3.1ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

3.2การสร้างเครื1องมือที ใช้ในการวิจัย

3.3การเก็บรวบรวมข้อมูล

3.4สถิติที ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

3.1ประชากรและกล่มตัวอย่างุ

3.1.1ประชากร

ประชากรที ใช้ในการวิจัยเป็นครูและนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนเซนต์หลุยส

ปี การศึกษา 2553

3.1.2 กล่มตัวอย่างุ

กลุ่มตัวอย่างที ใช้ในการวิจัย คือครู และนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียน เซนต์หลุยส์ ฉะเชิงเทรา ปี การศึกษา 2553 ซึ งได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Samplin 100 คน

3.2 การสร้างเครื องมือที ใช้ในการวิจัย

3.2.1 เครื องมือที ใช้ในการวิจัย

เครื1องมือที ใช้ในการวิจัยครังนี เป็นแบบสอบถาม(Questionnaire)แบ่งเป็น 2 ตอน ดังนี ตอนที ข้อมูลเกี ยวกับผู้ตอบ1 จํานวน 4 ข้อ

-เพศ

-สถานภาพ

-ความถี ในการใช้อุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน

-รายวิชาที มีการใช้อุปกรณ์ภายในห้องเรียนในกิจกรรมการเรียน

การสอน

ตอนที 2ความพึงพอใจต่ออุปกรณ์และเจ้าหน้าที ที ให้บริการ จํานวน 20 ข้อ

-ด้านการให้บริการของเจ้าหน้าที

-ด้านกระบวนการและขันตอนในการให้บริการ

-ด้านอุปกรณ์และสิงอํานวยความสะดวกภายในห้องเรียน

-ด้านผลของการให้บริการ

3.2.2การสร้างเครื องมือที1ใช้ในการวิจัย

1.ศึกษาเอกสาร หลักการ ทฤษฏีและแนวคิด เพื อนํามากําหนดขอบเขตในการสร้างเครื1องมือในการว

2.กําหนดโครงสร้างของเครื1องมือ

3.สร้างเครื1องมือตามขอบเขต และโครงสร้างตามที กําหนด

4.นําเครื1องมือที สร้างแล้ว ตรวจสอบความครอบคลุมของเนือหา และนํามาปรับปรุง แก้ไข ถูกต้องและสมบูรณ์ของเครื1องมือ

5.นําเครื1องมือฉบับสมบูรณ์แล้ว ไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

3.3การเก็บรวบรวมข้อมลู

3.3.1 การเก็บรวบรวมข้อมลู

การเก็บรวบรวมข้อมูลผู้วิจัยได้ดําเนินการได้แจกแบบสอบถามจํานวน 100 ฉบับ แก่กลุ่ม ไว้ด้วยตนเองโดยใช้เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นเวลา 1 สัปดาห์

3.3.2 การวิเคราะห์ข้อมลู

เมื อได้รับแบบสอบถามคืนมา ผู้วิจัยได้จัดกระทําและดําเนินการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี

1.ตรวจสอบจํานวน และความสมบูรณ์ของแบบสอบถามที ได้รับคืนมาทุกฉบับ

2.แยกแบบสอบถามให้เป็นหมวดหมู่

3.วิเคราะห์ข้อมูลที เป็นข้อมูลทัวไปของผู้ตอบแบบสอบถามที กําหนดคําตอบให้เลือกตอบได้แก่ เพศ สถานภาพ ความถี และรายวิชาที ใช้อุปกรณ์ภายในห้องเรียนในกิจกรรมการเรียนการสอน โดยนํามาแจกแจ และหาค่าร้อยละ

4.วิเคราะห์ข้อมูลที ได้จากคําถามแบบประเมินค่า ได้แก่ คําถามเกี ยวกับความพึงพอใจต่ อุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน นํามาวิเคราะห์หาค่าเฉลี,ย ( X ) และส่วนเบี ยงเบนมาตรฐาน

การให้คะแนนคําตอบของแบบสอบถามเกี ยวกับความพึงพอใจใช้มาตราส่วนประมาณค่าโดยมีนําหน คะแนน 5 ระดับ ดังนี

5 หมายถึง มีความพอใจมากที สุด

4 หมายถึง มีความพอใจมาก

3 หมายถึง มีความพอใจปานกลาง

2 หมายถึง มีความพอใจน้อย

1 หมายถึง มีความพอใจน้อยที สุด

การใช้เกณฑ์การจัดระดับค่าเฉลี,ย( อ้างหลักการดังนี Best. 1981 : 179 – 187 ) ค่าเฉลี,ยตังแต่4.50 – 5.00 หมายถึง พึงพอใจมากที สุด ค่าเฉลี,ยตังแต่3.50 – 4.49 หมายถึง พึงพอใจมาก ค่าเฉลี,ยตังแต่2.50 – 3.49 หมายถึง พึงพอใจปานกลาง ค่าเฉลี,ยตังแต่1.50 – 2.49 หมายถึง พึงพอใจน้อย ค่าเฉลี,ยตังแต่1.00 – 1.49 หมายถึง พึงพอใจน้อยที สุด

3.4สถิติที ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมลู

1.สถิติพืนฐาน ประกอบด้วย ค่าเฉลี,ย ( บุญชม ศรีสะอาด. 2541 : 56 )

x x N

เมือx แทน คะแนนเฉลี ยของตัวอย่างx แทน ผลรวมของคะแนนทังหมด N แทน จํานวนตัวอย่าง

หาค่าความเบี ยงเบนมาตรฐาน โดยใช้สูตร ( บุญชม ศรีสอาด. 2541 : 87 )

 

S.D.

n x2 ( x)2

 

 

N(N 1)

 

 

 

เมื1อ S.D.

แทน ค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน

x2

แทน

ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวยกกําลังสอง

( x)2

แทน

ผลรวมของคะแนนทังหมดยกกําลังสอง

N

แทน

จํานวนสมาชิกในกลุ่มตัวอย่าง

บทที 4

ผลการวิเคราะห์ข้อมลู

การวิจัยครังนีเป็นการวิจัยเชิงสํารวจ(Survey Research) มีวัตถุประสงค์เพื อสํารวจระดับความพึงพอใจข ครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน โดย เสนอผลการวิจัยตามหัวข้อดังนี

4.1ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทัวไปเกี ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม

4.2ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่ออุปกรณ์ และเจ้าหน้าที ที ให้บริการอุปกรณ์การ ภายในห้องเรียน

4.1ผลการวิเคราะห์ข้อมลทั วไปเกีู ูยวกับผ้ตอบแบบสอบถาม

ตารางที 4แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลทัวไปเกี ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม.1 ความพึงพอใจของครูและนักเรียน มัธยมศึกษาตอนปลายต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน

 

ข้อมลทัู

วไปเกี ยวกับผ้ตอบู

 

จํานวน

 

ร้อยละ

 

 

 

(n)

 

(%)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1. เพศ

 

 

 

 

 

 

 

 

ชาย

 

47.00

 

47.00

 

 

 

หญิง

 

53.00

 

53.00

 

 

 

รวม

 

 

100.00

 

100.00

 

 

2. สถานภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

ครูผู้สอน

 

10.00

 

10.00

 

นักเรียนระดับชันม.4

 

30.00

 

30.00

 

 

 

นักเรียนระดับชันม.5

 

30.00

 

30.00

 

 

 

นักเรียนระดับชันม.6

 

30.00

 

30.00

 

 

 

รวม

 

 

100.00

 

100.00

 

 

3. ความถี ในการใช้อปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียนุ

 

 

 

 

 

 

 

ทุกคาบที มีการเรียนการสอน

 

30.00

30.00

 

2-3 ครังต่อสัปดาห์

 

46.00

 

46.00

 

 

 

นานๆครัง

 

24.00

 

24.00

 

 

 

ไม่เคยใช้เลย

 

00.00

 

00.00

 

รวม

 

100.00

 

100.00

 

 

ตารางที 4แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลทัวไปเกี ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม.1 ความพึงพอใจของครูและนักเรียน มัธยมศึกษาตอนปลายต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน(ต่อ)

ข้อมลทัู วไปเกี ยวกับผ้ตอบู

 

จํานวน

 

ร้อยละ

 

 

(n)

 

(%)

 

 

 

 

 

4. รายวิชาที1มีการใช้อปกรณ์ภายในห้องเรียนในกิจกรรมการเรียนการสอนุ

 

 

 

 

 

(เลือกได้มากว่า 1 วิชา : 1 คน)

 

 

 

 

 

วิชาคณิตศาสตร์

 

20.00

 

07.41

 

วิชาภาษาไทย

 

20.00

 

07.41

 

วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา

 

15.00

05.56

วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี

 

25.00

09.26

 

วิชาวิทยาศาสตร์

 

60.00

22.22

 

วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

 

75.00

27.78

วิชาศิลปศึกษา

 

10.00

03.70

 

วิชาภาษาต่างประเทศ

 

45.00

 

16.67

 

รวม

 

270.00

 

100.00

 

จากตารางที 4.1 พบว่าผลของการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ที ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็ นเพศ 53.00 รองลงมาเพศชาย ร้อยละ47.00 มีสถานภาพเป็นนักเรียนระดับชัน.4 ร้อยละ30.00, นักเรียนระดับชันม.5 ร้อยละ30.00, นักเรียนระดับชันม.6 ร้อยละ30.00 และเป็นครูผู้สอนร้อยละ10.00 ความถี ในการใช้อุปกรณ์ การสอนภายในห้องเรียน 2-3 ครังต่อสัปดาห์ร้อยละ46.00, ทุกคาบที มีการเรียนการสอน ร้อยละ30.00, นานๆ คร ร้อยละ24.00 ตามลําดับและไม่มีผู้ที ไม่เคยใช้เลย ในส่วนของรายวิชาที มีการใช้อุปกรณ์ภายในห้ การเรียนการสอน(เลือกได้มากว่า 1 วิชา : 1 คน) มากที สุดเป็นอับดวิชาสับแรกคืองคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ร้อยละ27.78 รองลงมาวิชาวิทยาศาสตร์ ร้อยละ22.22, วิชาภาษาต่างประเทศ ร้อยละ 16.67,วิชาการงานอาชีพ เทคโนโลยี ร้อยละ09.26, วิชาคณิตศาสตร์เท่ากับวิชาภาษาไทย ร้อยละ7.41, วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา 05.57 และลําดับสุดท้ายวิชาศิลปศึกษา ร้อยละ03.70

4.2 ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่ออปกรณ์ุและเจ้าหน้าที1ที ให้บริการอปกรณ์การเรียนการุ ภายในห้องเรียน

ตารางที 4แสดงค่าเฉลี,.2 (Xย) ค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) ด้านการให้บริการของเจ้าหน้าที

 

รายการ

 

 

 

ระดับความพึงพอใจ

 

 

 

 

 

 

 

S.D

 

ความหมาย

 

 

 

X

 

 

 

ด้านการให้บริการของเจ้าหน้าที1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1.

ให้บริการด้วยความสุภาพเป็นมิตร

 

 

 

 

3.59

 

0.65

มาก

2.

ดูแล เอาใจใส่ เต็มใจให้บริการ

 

 

 

 

3.39

 

0.82

ปานกลาง

3.

ให้คําแนะนํา หรือตอบข้อซักถามตรงประเด็น

 

 

 

 

3.52

 

0.73

 

มาก

4.

มีเจ้าหน้าที.ประจําห้องตลอดช่วงเวลาการให้บริการ

 

 

 

 

3.25

0.90

 

ปานกลาง

 

ค่าเฉลี ย

3.44

 

0.78

 

ปานกลาง

 

จากตารางที 4.2 ผลการวิเคราะห์หาค่าเฉลี,ยด้านการให้บริการของเจ้าหน้าX เท่ากับ3ี ได้ผลดังนี.44S.D เท่ากับ 0.78 ระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง

ตารางที 4แสดงค่าเฉลี,.3 (Xย) ค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) ด้านกระบวนการขันตอนในการบริการ

 

รายการ

 

 

 

ระดับความพึงพอใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

S.D

 

 

ความหมาย

 

 

 

X

 

 

 

 

 

ด้านกระบวนการขั นตอนในการให้บริการ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

5.

ให้บริการอย่างเป็นระบบและเป็นขันตอน

3.34

 

0.62

 

 

ปานกลาง

6.

ความรวดเร็วในการให้บริการ

 

 

 

 

3.33

 

0.86

ปานกลาง

7.

ให้บริการตามลําดับอย่างยุติธรรม

 

 

 

 

3.44

 

0.73

ปานกลาง

8.

เจ้าหน้าที.กระตือรือร้นต่อการให้บริการ

 

 

 

 

 

 

3.28

0.84

 

 

ปานกลาง

9.

มีการตรวจเช็คอุปกรณ์เป็นประจํา สมํ าเสมอ

 

 

 

 

 

 

3.09

0.80

 

 

ปานกลาง

10. มีการแก้ปัญหาที ประสบได้อย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

3.02

0.75

 

ปานกลาง

11. ได้รับบริการที.ตรงตามความต้องการ

 

 

 

 

3.36

0.88

ปานกลาง

 

ค่าเฉลี ย

3.27

 

 

0.78

 

 

ปานกลาง

 

 

จากตารางที 4.3 ผลการวิเคราะห์หาค่าเฉลี,ยด้านกระบวนการขันตอนในการบริการ ได้ผลดังนีX เท่ากับ 3.27 S.D เท่ากับ 0.78 ระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง

ตารางที 4แสดงค่าเฉลี,.4 (Xย) ค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) ด้านอุปกรณ์สิงอํานวยความสะดวก

 

รายการ

 

 

 

ระดับความพึงพอใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

S.D

 

ความหมาย

 

 

 

 

 

 

X

 

 

 

 

 

 

ด้านอปุกรณ์สิ งอํานวยความสะดวกภายในห้องเรียน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

12.

อุปกรณ์การเรียนการสอนที ให้บริการมีความทันสมัย

 

 

 

 

3.67

0.80

 

 

มาก

13.

อุปกรณ์แต่ละชินมีความพร้อมต่อการใช้งานด้านการเรียนการสอน

3.05

0.94

 

ปานกลาง

 

 

 

14.

อุปกรณ์ที สนับสนุนด้านการเรียนการสอนมีเพียงพอต่อการใช้งาน

 

 

3.30

0.67

 

 

ปานกลาง

15.

เครื1องมือและอุปกรณ์ที ใช้ปัจจุบันไม่มีประสิทธิภาพ

เสียบ่อย

 

3.27

1.06

ปานกลาง

16.

มีการใช้งานอุปกรณ์ด้านการเรียนการสอนสมํ าเสมอ

 

 

 

 

3.38

 

0.80

 

ปานกลาง

17.

เครื1องมือและอุปกรณ์ได้รับการดูแลซ่อมบํารุงอย่างสมํ

าเสมอ

 

3.08

0.78

 

ปานกลาง

18.

มีการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนตามความต้องการใช้งาน

 

3.31

 

0.74

 

ปานกลาง

 

ค่าเฉลี ย

3.29

 

0.83

 

ปานกลาง

 

 

 

จากตารางที 4.4 ผลการวิเคราะห์หาค่าเฉลี,ยด้านอุปกรณ์สิงอํานวยความสะดวกภายในห้องเรียน X เท่ากับ 3.29 S.D เท่ากับ 0.83 ระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง

ตารางที 4แสดงค่าเฉลี,.5 (Xย) ค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) ด้านผลของการให้บริการ

 

รายการ

 

 

 

ระดับความพึงพอใจ

 

 

 

 

 

 

 

S.D

ความหมาย

 

 

 

X

 

 

ด้านผลของการให้บริการ

 

 

 

 

 

 

 

 

19.

ได้รับบริการตรงตามที คาดหวัง

 

 

 

 

3.31

0.69

ปานกลาง

20.

แก้ปัญหาที ประสบได้อย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

2.99

0.77

ปานกลาง

 

ค่าเฉลี ย

3.15

 

0.73

ปานกลาง

 

จากตารางที 4.5 ผลการวิเคราะห์หาค่าเฉลี ยด้านผลของการให้บริการได้ผลดังนีX เท่ากับ 3.15 S.D เท่ากับ 0.73 ระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง

ตารางที 4แสดงค่าเฉลี,.6 (Xย) ค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) ความพึงพอใจของครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอ ปลายต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน

รายการ

 

 

 

ระดับความพึงพอใจ

 

 

 

 

 

 

S.D

 

ความหมาย

 

 

 

X

 

 

 

ด้านการให้บริการของเจ้าหน้าที.

 

 

 

 

3.44

 

0.78

ปานกลาง

ด้านกระบวนการขันตอนในการให้บริการ

3.27

 

0.78

 

ปานกลาง

 

 

ด้านอุปกรณ์สิงอํานวยความสะดวก

3.29

 

0.83

 

ปานกลาง

 

 

ด้านผลของการให้บริการ

 

 

 

3.15

0.73

ปานกลาง

ค่าเฉลี ยรวม

3.29

 

0.78

 

ปานกลาง

 

 

จากตารางที 4.6 พบว่าผลของการวิเคราะห์ข้อมูลได(X้ค่าเฉลี) เท่ากับย3.29 และค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.78 จึงสรุปได้ว่าความพึงพอใจของครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่อการให้บริ การเรียนการสอนภายในห้องเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง

บทที 5

สรปผลการวิจัยุ อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

การวิจัยครังนีมีวัตถุประสงค์เพื อสํารวจระดับความพึงพอใจของครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอ การให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน ประชาการที ใช้ในการวิจัยครังนีเป็นครูและนักเรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนเซนต์หลุยส์ฉะเชิงเทรา ปี การศึกษา 2553 จํานวน 525 คนทําการสุ่ม (Simple Random Sampling)ได้กลุ่มตัวอย่างจํานวน 100 คน

เครื1องมือที ใช้ในการวิจัยครังนีเป็นแบบสอบถามจํานวน20 ข้อ แบ่งออกเป็ น 2 ตอน คือตอนแรกเป็ นก สอบถามข้อมูลเกี ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนตอนที สองเป็นการสอบถามความคิดเห็นเกี ยวกับ อุปกรณ์และเจ้าหน้าที ที ให้บริการ ส่วนตอนที สองนีจะแบ่งออกเป็4 ด้านด้วยกันคือนด้านการให้บริการของ เจ้าหน้าที , ด้านกระบวนการและขันตอนในการให้บริการ, ด้านอุปกรณ์และสิงอํานวยความสะดวกภายในห้องเรี และด้านผลของการให้บริการ ซึ งผลของการวิเคราะห์ข้อมูล(Xได้ค่าเฉลี) เท่ากับ 3.29ย และค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.78 โดยสรุปได้ว่าความพึงพอใจของครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่อการให้บริก การเรียนการสอนภายในห้องเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง

การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้แจกแบบสอบถามจํานวน 100 ฉบับ แก่กลุ่มตัวอย่างที เล โดยใช้เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็ นเวลา 1 สัปดาห์เมืหลังจากนันอได้รับแบบสอบถามคืนมา ผู้วิจัย ดําเนินการวิเคราะห์ข้อมูลที เป็ นข้อมูลทัวไปของผู้ตอบแบบสอบถามที กําหนดคําตอบให้เลือกตอบได้แก่ เพ สถานภาพ ความถี และรายวิชาที ใช้อุปกรณ์ภายในห้องเรียนในกิจกรรมการเรียนการสอน โ รวมถึงการ ข้อมูลที ได้จากคําถามแบบประเมินค่า ได้แก่ คําถามเกี ยวกับความพึงพอใจต่อการให้บริการอุป สอนภายในห้องเรียน

สถิติที ใช้ในการวิจัย คือค่าเฉลี,ย ( X ) และส่วนเบี ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. )

5.1 สรปผลการวิจัยุ

จากการดําเนินการวิจัยในครังนีสรุปผลได้ดังนีคือ

1. ผลการวิเคราะห์ข้อมลทัู วไปเกี ยวกับผ้ตอบแบบสอบถามูความพึงพอใจของครูและนักเรียนมัธยมศึกษา ตอนปลายต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน ผู้ที ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ร้ เป็ นเพศหญิง รองลงมาร้อยละ47.00 เพศชาย มีสถานภาพเป็ นนักเรียนระดับชันม.4 ร้อยละ30.00, นักเรียน ระดับชันม.5 ร้อยละ30.00, นักเรียนระดับชันม.6 ร้อยละ30.00 และเป็ นครูผู้สอนร้อยละ10.00 ตามลํา ความถี ในการใช้อุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียนมากที สุดคือ 2-3 ครังต่อสัปดาห์46.00,ทุกคาบร้อยละ ที มีการเรียนการสอน ร้อยละ30.00, นานๆ ครัง24ร้อยละ.00ตามลําดับและไม่มีผู้ที ไม่เคยใช้เลย ในส่ว รายวิชาที มีการใช้อุปกรณ์ภายในห้องเรียนในกิจกรรมการเรียนการสอน(เลือกได้มากว่า 1 วิชา : 1 คน) ม อับดับแรกคือ วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ร้อยละ27.78 รองลงมาวิชาวิทยาศาสตร์ ร้อยละ22. ภาษาต่างประเทศ ร้อยละ 16.67,วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ร้อยละ09.26, วิชาคณิตศาสตร์เท่ากั ภาษาไทย ร้อยละ7.41, วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ร้อยละ05.57 และลําดับสุดท้ายวิชาศิลปศึกษา ร้อยละ

2.ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่ออปกรณ์ุและเจ้าหน้าที1ที ให้บริการอปกรณ์การเรียนการสุ ภายในห้องเรียนผลของการวิเคราะห์ข้อมูลได้ค่(Xาเฉลี,ย) เท่ากับ 3.29 และค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน(S.D.) เท่ากับ 0.78 จึงสรุปได้ว่าความพึงพอใจของครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียน ภายในห้องเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง

3.ความคิดเห็นเพิ มเติมและข้อเสนอแนะ

จากการสํารวจความพึงพอใจของครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่อการให้บริการอุปกรณ์การ

การสอนภายในห้องเรียน ผู้ที ตอบแบบสอบถามได้ให้ข้อเสนอแนะดังต่คอมพิวเตอร์ที ใช้มีจํานวนไมไปนี เพียงพอต่อการใช้งานภายในห้องเรียน และอุปกรณ์การเรียนการสอนมักใช้งานไม่ได้

5.2 อภิปรายผล

จากผลการวิจัยที สรุปได้ข้างต้น สามารอภิปรายได้ดังนี ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทัวไปผู้ที ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ร้อยละ53.00เป็ นเพศหญิง รองลงมาร

47.00 เพศชาย มีสถานภาพเป็นนักเรียนระดับชัน.4 ร้อยละ30.00, นักเรียนระดับชันม.5 ร้อยละ30.00, นักเรียน ระดับชันม.6 ร้อยละ30.00 และเป็นครูผู้สอนร้อยละ10.00 ตามลําดับ ความถี ในการใช้อุปกรณ์การเรี ภายในห้องเรียนมากที สุดคือ 2-3 ครังต่อสัปดาห์46.00, ทุกคาบที มีการเรียนการสอนร้อยละ ร้อยละ30.00, นานๆ ครัง ร้อยละ24.00 ตามลําดับและไม่มีผู้ที ไม่เคยใช้เลย ในส่วนของรายวิชาที มีการใช้อุปกรณ์ภาย กิจกรรมการเรียนการสอน(เลือกได้มากว่า 1 วิชา : 1 คน) มากที สุดเป็นอับดับแรกคือ วิชาสังคมศึก วัฒนธรรม ร้อยละ27.78 รองลงมาวิชาวิทยาศาสตร์ ร้อยละ22.22, วิชาภาษาต่างประเทศ ร้อยละ 16.67,วิชาการ อาชีพและเทคโนโลยี ร้อยละ09.26, วิชาคณิตศาสตร์เท่ากับวิชาภาษาไทย ร้อยละ7.41, วิชาสุขศึกษาและ ร้อยละ05.57 และลําดับสุดท้ายวิชาศิลปศึกษา ร้อยละ03.70

ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่ออุปกรณ์ และเจ้าหน้าที ที ให้บริการอุปกรณ์การเรียน ห้องเรียนค่าเฉ(ลXี,ย) ที ได้เท่ากับ 3.29 และค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน(S.D.) เท่ากับ 0.78 จึงสรุปได้ว่าความพ ครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียนมีความพ ในระดับปานกลาง

5.3 ข้อเสนอแนะ

5.3.1 ข้อเสนอแนะทั วไป

1. การให้บริการอุปกรณ์ที สนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอนควรจัดหาอุปกรณ์ที มีความพ และเพียงต่อการให้บริการด้านการเรียนการสอนภายในห้องเรียน

2. ระบบและขันตอนของการให้บริการ ควรจัดให้มีระบบและขันตอนอย่างชัดเจนและไม่ยุ่งยาก

5.3.2 ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั งต่อไป

การศึกษาวิจัยครังต่อไป ควรมีการศึกษาตัวแปรอิสระอืรวมถึงปัจจัยที ส่งผลให้การให้บริกน ๆ เพิมเติม อุปกรณ์ภายในห้องเรียน

บรรณานกรมุ

กิตติมาปรีดีดิลก. ทฤษฎีการบริหารองค์.การกรุงเทพ: โรงพิมพ์ธนะการพิมพ์, 2529.

เทพนม เมืองแมนและสวิง สุวรรณ. พฤติกรรมองค์กา. รพิมพ์ครังที2. กรุงเทพ.: ไทยวัฒนาพานิช, 2542. ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน.ศ. 2542. –กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชันส์, 2546. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. เอกสารการสอนชุดวิชาจิตวิทยาการบ.ริการหน่วยที8-15, นนทบุรี:

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2545.

ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน.ศ. 2542. –กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชันส์, 2546.

วีรพงษ์ เฉลิมจิระรัตน์. คุณภาพในงานบริก.ารสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี ปุ่). พิมพ์ครังทีน2. .กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ บริษัทประชาชน จํากัด,2539.

ภาคผนวก ก.

ตารางผลการวิเคราะห์ข้อมูลทัวไปเกี ยวกับผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของครูและนักเรียน

มัธยมศึกษาตอนปลายต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน

ตารางแสดงค่าเฉลี,(Xย) ค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) ความพึงพอใจ ของครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภาย ในห้องเรียน

แบบสํารวจระดับความพึงพอใจของครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย

ต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน

ตารางผลการวิเคราะห์ข้อมลทัู วไปเกี ยวกับผ้ตอบแบบสอบถามความพึูงพอใจของครและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนู ปลายต่อการให้บริการอปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียนุ

ข้อมลทัู วไปเกี ยวกับผ้ตอบู

 

จํานวน

 

ร้อยละ

 

 

(n)

 

(%)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1. เพศ

 

 

 

 

 

 

 

ชาย

 

47.00

 

47.00

 

 

 

หญิง

 

53.00

 

53.00

 

 

 

รวม

 

100.00

 

100.00

 

 

 

2. สถานภาพ

 

 

 

 

 

 

 

ครูผู้สอน

 

10.00

 

10.00

นักเรียนระดับชันม.4

 

30.00

 

30.00

 

 

 

นักเรียนระดับชันม.5

 

30.00

 

30.00

 

 

 

นักเรียนระดับชันม.6

 

30.00

 

30.00

 

 

 

รวม

 

100.00

 

100.00

 

 

 

3. ความถี ในการใช้อปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียนุ

 

 

 

 

 

 

 

ทุกคาบที มีการเรียนการสอน

 

30.00

30.00

2-3 ครังต่อสัปดาห์

 

46.00

 

46.00

 

 

 

นานๆครัง

 

24.00

 

24.00

 

 

 

ไม่เคยใช้เลย

 

00.00

 

00.00

 

 

รวม

 

100.00

 

100.00

 

 

 

4. รายวิชาที1มีการใช้อปกรณ์ภายในห้องเรียนในกิจกรรมการเรียนการสอนุ

 

 

 

 

 

 

 

(เลือกได้มากว่า 1 วิชา : 1 คน)

 

 

 

 

 

 

 

วิชาคณิตศาสตร์

 

20.00

07.41

 

 

วิชาภาษาไทย

 

20.00

 

07.41

 

 

 

วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา

 

15.00

05.56

วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี

 

25.00

09.26

 

 

วิชาวิทยาศาสตร์

 

60.00

22.22

 

 

วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

 

75.00

27.78

วิชาศิลปศึกษา

 

10.00

03.70

 

 

วิชาภาษาต่างประเทศ

 

45.00

 

16.67

 

 

รวม

 

270.00

 

100.00

 

 

 

ตารางแสดงค่าเฉลี(Xย) ค่าเบี ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) ความพึงพอใจของครและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายู

ต่อการให้บริการอปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียนุ

 

 

รายการ

 

 

 

ระดับความพึงพอใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

S.D

 

ความหมาย

 

 

 

 

 

X

 

 

 

 

 

ด้านการให้บริการของเจ้าหน้าที1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1.

ให้บริการด้วยความสุภาพเป็นมิตร

 

 

 

 

 

3.59

0.65

 

 

มาก

2.

ดูแล เอาใจใส่ เต็มใจให้บริการ

 

 

 

 

3.39

 

0.82

 

ปานกลาง

3.

ให้คําแนะนํา หรือตอบข้อซักถามตรงประเด็น

 

 

 

 

 

3.52

0.73

 

 

มาก

4.

มีเจ้าหน้าที.ประจําห้องตลอดช่วงเวลาการให้บริการ

 

 

 

 

 

 

3.25

0.90

 

 

ปานกลาง

 

 

ค่าเฉลี ย

3.44

 

 

0.78

 

ปานกลาง

 

 

 

ด้านกระบวนการขั นตอนในการให้บริการ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

5.

ให้บริการอย่างเป็นระบบและเป็นขันตอน

3.34

 

 

0.62

 

ปานกลาง

 

6.

ความรวดเร็วในการให้บริการ

 

 

 

 

3.33

0.86

ปานกลาง

 

7.

ให้บริการตามลําดับอย่างยุติธรรม

 

 

 

 

 

3.44

 

0.73

 

ปานกลาง

8.

เจ้าหน้าที.กระตือรือร้นต่อการให้บริการ

 

 

 

 

 

 

3.28

0.84

 

 

ปานกลาง

9.

มีการตรวจเช็คอุปกรณ์เป็นประจํา สมํ าเสมอ

 

 

 

 

 

 

3.09

0.80

 

 

ปานกลาง

10.

มีการแก้ปัญหาที ประสบได้อย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

 

3.02

0.75

 

ปานกลาง

11.

ได้รับบริการที.ตรงตามความต้องการ

 

 

 

 

3.36

0.88

 

ปานกลาง

 

 

ค่าเฉลี ย

3.27

 

 

0.78

 

ปานกลาง

 

 

 

ด้านอปกรณ์สิ งอํานวยความสะดวกุ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

12.

อุปกรณ์การเรียนการสอนที ให้บริการมีความทันสมัย

 

 

 

 

 

 

3.67

0.80

 

 

 

มาก

13.

อุปกรณ์แต่ละชินมีความพร้อมต่อการใช้งานด้านการเรียนการสอน

3.05

 

0.94

 

ปานกลาง

 

14.

อุปกรณ์ที สนับสนุนด้านการเรียนการสอนมีเพียงพอต่อการใช้งาน

 

 

3.30

0.67

 

 

ปานกลาง

15.

เครื1องมือและอุปกรณ์ที ใช้ปัจจุบันไม่มีประสิทธิภาพ

เสียบ่อย

 

3.27

1.06

ปานกลาง

16.

มีการใช้งานอุปกรณ์ด้านการเรียนการสอนสมํ าเสมอ

 

 

 

 

 

3.38

0.80

 

ปานกลาง

17.

เครื1องมือและอุปกรณ์ได้รับการดูแลซ่อมบํารุงอย่างสมํ

าเสมอ

 

3.08

0.78

 

 

ปานกลาง

18.

มีการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนตามความต้องการใช้งาน

 

 

 

3.31

0.74

 

ปานกลาง

 

 

ค่าเฉลี ย

3.29

 

 

0.83

 

ปานกลาง

 

 

 

ด้านผลของการให้บริการ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

19.

ได้รับบริการตรงตามที คาดหวัง

 

 

 

3.31

0.69

 

ปานกลาง

20.

แก้ปัญหาที ประสบได้อย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

 

2.99

0.77

ปานกลาง

 

 

ค่าเฉลี ย

3.15

 

 

0.73

 

ปานกลาง

 

 

 

 

ค่าเฉลี ยรวม

3.29

 

 

0.78

 

ปานกลาง

 

 

แบบสํารวจระดับความพึงพอใจของครูและนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย

ต่อการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน

คําชี แจง1. การตอบแบบประเมินในครังนีจะไม่มีกระทบและผลเสียต่อผู้ตอบแบบสํารวจนีทังสิน

2.ข้อมูลนีจะถูกเก็บเป็ นความลับเฉพาะ กรุณาตอบให้ตรงก ับความเป็ นจริงที สุด

3.ข้อมูลจะมีผลต่อการปรับปรุงการให้บริการที ดียิง ๆ ขึนต่อไป

4.ให้ทําเครื1องหมาย ลงในช่องว่างและช่องระดับที.เป็ นความจริงที สุดในแต่ละหัวข้อ

ตอนที 1 : ข้อมูลเกี ยวกับผู้ตอบ

1.

เพศ

ชาย

หญิง

2.

สถานภาพ

 

 

ครูผู้สอน นักเรียนระดับชันมัธยมศึกษาปี4 ทีนักเรียนระดับชันมัธยมศึกษาปี5 ทีนักเรียนระดับชันมัธยมศึกษาปี6 ที

3.ความถี ในการใช้อุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน

ทุกคาบที มีการเรียนการสอน

2 – 3 ครังต่อหนึ งสัปดาห์ นานๆครัง

 

ไม่เคยใช้เลย

 

 

4. รายวิชาที มีการใช้อุปกรณ์ภายในห้องเรียนในกิจกรรมการเรียนการสอน ( เลือกได้มากกว่า 1 วิชา )

 

 

 

 

วิชาคณิตศาสตร์

วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาภาษาไทย

วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา วิชาศิลปศึกษา วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชาภาษาต่างประเทศ

 

 

ตอนที 2ความพึงพอใจต่ออุปกรณ์และ:

เจ้าหน้าที1ที ให้บริการ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ระดับของการได้รับบริการ

 

 

 

รายการ

 

(5)

(4)

(3)

(2)

 

(1)

 

 

 

 

มากที สุด

มาก

ปานกลาง

น้อย

 

น้อยที สุด

•ด้านการให้บริการของเจ้าหน้าที1

1.ให้บริการด้วยความสุภาพและเป็ นมิตร

2.ดูแล เอาใจใส่ เต็มใจให้บริการ

3.ให้คําแนะนํา หรือตอบข้อซักถามตรงประเด็น

4.มีเจ้าหน้าที ประจําห้องตลอดช่วงเวลาการให้บริการ

•ด้านกระบวนการและขั นตอนในการให้บริการ

5.ให้บริการอย่างเป็ นระบบและเป็ นขันตอน

6.ความรวดเร็วในการให้บริการ

7.ให้บริการตามลําดับอย่างยุติธรรม

8.เจ้าหน้าที กระตือรือร้นต่อการให้บริการ

9.มีการตรวจเช็คอุปกรณ์เป็ นประจํา สมํ าเสมอ

10.มีการแก ้ปัญหาที ประสบได้อย่างรวดเร็ว

11.ได้รับบริการที ตรงตามความต้องการ

•ด้านอุปกรณ์และสิ งอํานวยความสะดวกภายในห้องเรียน

12.อุปกรณ์การเรียนการสอนที ให้บริการมีความทันสมัย

13.อุปกรณ์แต่ละชินมีความพร้อมต่อการใช้งานด้านการเรียนการสอน

14.อุปกรณ์ที สนับสนุนด้านการเรียนการสอนมีเพียงพอต่อการใช้งาน

15.เครื1องมือและอุปกรณ์ที ใช้ปัจจุบันไม่มีประสิทธิภาพ เสียบ่อย

16.มีการใช้งานอุปกรณ์ด้านการเรียนการสอนสมํ าเสมอ

17.เครื1องมือและอุปกรณ์ได้รับการดูแลซ่อมบํารุงอย่างสมํ าเสมอ

18.มีการให้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนตามความต้องการใช้งาน

•ด้านผลของการให้บริการ

19.ได้รับบริการตรงตามที คาดหวัง

20.แก้ปัญหาที ประสบได้อย่างรวดเร็ว

ข้อเสนอแนะ/ปัญหาของการใช้บริการอุปกรณ์การเรียนการสอนภายในห้องเรียน

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 

ประวัติผ้วิจัยู

ชื อ- สกลุ

นางสาวรจนา อินกลับ

วันเดือนปี เกิด

24 พฤษภาคม 2524

สถานที เกิด

อําเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

สถานที ทํางาน

โรงเรียนเซนต์หลุยส์ ฉะเชิงเทรา

สถานที อย่อาศัยู

84/29 ต.หน้าเมือง อ. เมือง

ประวัติการศึกษา

จ. ฉะเชิงเทรา 24000

 

-ปริญญาตรีปีการศึกษา 2546 ครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

-ปริญญาโทปีการศึกษา 2548 ครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต (ค.อ.ม) สาขาเทคโนโลยีการศึกษาทางการอาชีวะและเทคนิคศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง